10 ความเชื่อกับการฉีด ฟิลเลอร์

10 ความเชื่อที่คนส่วนใหญ่มีต่อการฉีด ฟิลเลอร์ (Filler)

ฟิลเลอร์ 10 ความเชื่อ

10 ความเชื่อ (ส่วนใหญ่) เกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์ จะถูกหรือผิด จริงหรือเท็จมากน้อยเพียงใด ลองมาหาคำตอบไปพร้อม ๆ กันค่ะ

  1. ฟิลเลอร์ก็คือซิลิโคน

สารที่ใช้นำมาเติมเต็มไม่ว่าจะสารไฮย่า ไขมัน หรือแม้แต่ซิลิโคนเหลว ล้วนจัดเป็นประเภทหนึ่งของฟิลเลอร์ค่ะ ซึ่งสารเติมเต็ม หรือ ฟิลเลอร์ (Filler) สามารถแบ่งออกได้ 3 ประเภท ตามความคงตัวหลังฉีด ได้แก่

  • สารเติมเต็มแบบชั่วคราว (Temporary Filler) เช่น สารไฮยาลูโรนิกแอซิด (Hyaluronic Acid) และสารคอลลาเจน (Collagen) คงอยู่ได้ประมาณ 4-6 เดือน จัดว่ามีความปลอดภัยสูงและสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ
  • สารเติมเต็มแบบกึ่งถาวร (Semi-Permanent Filler) เช่น สาร PMMA (Polymethyl-methacrylate) และสารโพลีอัลคิลลิไมด์ (Polyakylimide) จะมีอายุยาวกว่าการฉีดฟิลเลอร์แบบชั่วคราว อาจอยู่ได้นานถึง 2 ปี ปลอดภัยในระดับปานกลาง และสารที่ให้ผลยาวนานกว่ามีแนวโน้มจะเกิดผลข้างเคียงมากกว่า
  • สารเติมเต็มแบบถาวร (Permanent Filler) เช่น ซิลิโคนเหลว และน้ำมันพาราฟิน ให้ผลลัพธ์แบบถาวร ไม่สามารถสลายได้เอง ทำให้ระบุผลข้างเคียงในระยะยาวไม่ได้ หากอยู่ในร่างกายนานเกินไปอาจทำให้เกิดการอักเสบรุนแรงของกล้ามเนื้อ

ซิลิโคนเหลว เป็นสารเติมเต็มแบบถาวร ถูกนำมาใช้ครั้งแรกน่าจะเกือบร้อยกว่าปีแล้วค่ะ เคยได้รับความนิยมในการนำมาฉีดเติมเต็มอยู่ช่วงหนึ่งทั้งในไทยและต่างประเทศ เพราะราคาถูกกว่าและอยู่นานกว่าฟิลเลอร์แบบอื่น จนกระทั่งแพทย์พบว่ามันเป็นอันตรายมากกว่าประโยชน์ต่อร่างกายของเรา เพราะซิลิโคนเหลวเป็นสารสังเคราะห์ที่ไม่ได้มาตรฐาน เมื่อฉีดเข้าไปแล้วจะยึดติดและเกาะอยู่กับเนื้อเยื่อของร่างกาย ทำให้เกิดปฏิกิริยาต่อเซลล์ เสี่ยงต่อการติดเชื้อและทำให้กล้ามเนื้ออักเสบรุนแรงตามมา เมื่ออยู่ในร่างกายนานเกินไป อาจจะเกิดการเคลื่อนที่ของซิลิโคน ทำให้ไหลไปกองรวมกันในบริเวณใดบริเวณหนึ่ง จนเกิดการห้อยย้อยหรือแข็งตึงเกินไป ส่งผลให้บริเวณนั้น ๆ ผิดรูปร่างไปอีกด้วยนะคะ

ดังนั้น แพทย์จะไม่แนะนำเป็นอย่างมากในการนำซิลิโคนเหลวมาฉีดเติมเต็ม และไม่ควรเหมารวมว่า ฟิลเลอร์ คือ ซิลิโคน (เหลว) นะคะ

  1. ฟิลเลอร์เป็นสารตกค้าง ไม่สลาย

อย่างที่กล่าวไปข้างต้น ตามข้อที่ 1 คือ ฟิลเลอร์มีอยู่ด้วยกัน 3 ประเภทค่ะ และ 1 ประเภทในนั้น คือ ฟิลเลอร์แบบถาวร (Permanent Filler) ที่ไม่สามารถสลายไปเองได้ตามธรรมชาติ อย่างซิลิโคนเหลว เมื่อฉีดเข้าไปแล้วจะเกาะแน่นเข้ากับเนื้อเยื่อในร่างกาย มีเพียงวิธีการผ่าตัดแล้วขูดออกเท่านั้น ซึ่งบางทีก็ยังไม่สามารถนำสารที่ฉีดเข้าไปออกมาได้ทั้งหมด หรือในบางกรณีอาจต้องตัดเอาเนื้อเยื่อที่ดีออกมาด้วย เพราะสารนั้น ๆ มันเข้าไปแทรกยึดติดอยู่กับเนื้อเยื่อที่ดีส่วนนั้นไปแล้ว

ดังนั้น ที่เคยได้ยินมาว่าฟิลเลอร์ตกค้างและไม่สลาย เป็นเพราะมันคือสารเติมเต็มแบบถาวร อย่างซิลิโคนเหลว ซึ่งแพทย์จะไม่แนะนำให้คุณฉีดเข้าไปในร่างกายอย่างแน่นอนค่ะ

  1. ฟิลเลอร์สามารถไหลไปที่อื่นได้

หลังฉีดฟิลเลอร์ไปสักพักแล้วเกิดอาการฟิลเลอร์ไหลนั้น สาเหตุหลัก ๆ เลยมีอยู่ 2 กรณีค่ะ

กรณีที่ 1 คือ การฉีดฟิลเลอร์โดยใช้ฟิลเลอร์ประเภทที่ให้ผลลัพธ์ถาวร เช่น ซิลิโคนเหลว หรือน้ำมันพาราฟิน จะเรียกว่า ฟิลเลอร์ปลอม ก็อาจไม่ผิดนักค่ะ เพราะมักมีราคาถูกและโฆษณาชวนเชื่ออยู่มากมาย แถมมันยังให้ผลเสียกับร่างกายเรามากกว่าผลดีเสียอีก สารสังเคราะห์ประเภทนี้จะคงอยู่ในร่างกายโดยไม่สามารถสลายไปเองได้ และเมื่อมันอยู่ใต้ผิวหนังนานจนเกินไป จึงมีการเคลื่อนตัวหรือที่ชอบเรียกกันว่าฟิลเลอร์ไหลนั่นเองค่ะ

กรณีที่ 2 คือ การฉีดฟิลเลอร์โดยเลือกฟิลเลอร์ไม่เหมาะกับบริเวณที่ต้องการแก้ไข หรือฉีดฟิลเลอร์ด้วยความไม่ชำนาญทำให้สารเติมเต็มไปอยู่ในชั้นผิวที่ไม่ถูกต้องนั่นเองค่ะ ในข้อนี้เราต้องอาศัยความชำนาญ เชี่ยวชาญของแพทย์เป็นสำคัญ ซึ่งแพทย์แต่ละคนนั้นจะมีเทคนิคการฉีดฟิลเลอร์เป็นของตัวเองค่ะ แพทย์จะต้องรู้จักการมองภาพรวมใบหน้าและเข้าใจปัญหาของคนไข้ที่เข้ารับการฉีดฟิลเลอร์ ถึงจะทำให้การฉีดฟิลเลอร์ออกมาได้ผลลัพธ์ที่ดี ดูเป็นธรรมชาติ และไร้ซึ่งปัญหาอย่างการไหลของฟิลเลอร์หลังฉีด

ดังนั้น ถ้าไม่อยากให้เกิดปัญหาฟิลเลอร์ไหลหลังฉีด ควรศึกษาผลิตภัณฑ์ในเบื้องต้นให้ดีก่อน จากนั้นจึงเลือกสถาบันความงามที่น่าเชื่อถือ มีใบรับรอง รวมไปถึงการมีรางวัลการันตีต่าง ๆ ด้วยนะคะ เพราะคุณจะมั่นใจได้ว่าที่นั่นจะมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาแน่นอน

  1. ฟิลเลอร์ละลายเมื่อโดนความร้อน

ฟิลเลอร์ สามารถละลายได้หากได้รับความร้อนที่มีอุณหภูมิสูงไม่ใช่ความร้อนขนาดที่เราใช้ชีวิตประจำวัน ถึงแม้เราฉีดฟิลเลอร์มา แล้วไปทำ เทอร์มาจ (Thermage) หรือ อัลเทอร่า (Ulthera) ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพลังงานความร้อนต่อก็ไม่ทำให้ฟิลเลอร์ละลายแต่อาจจะมีการการเสื่อมสลายไปเร็วกว่าอายุการคงอยู่จริงเพียงเล็กน้อย คุณหมอบอกว่าที่เตือนให้ระวังเรื่องความร้อนไม่ใช่ประเด็นของความร้อนจะทำให้ฟิลเลอร์สลาย แต่เป็นประเด็นของการบีบรัดของผิวหนังและกล้ามเนื้อในขณะที่โดนความร้อน เพราะถ้าอยู่ในที่ที่มีความร้อนสูง เช่น ซาวน่า การบีบรัดก็เหมือนกับการนวดคลึงอาจจะทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนตัว หรือไม่อยู่ในตำแหน่งที่คุณหมอได้วางไว้ 

ดังนั้นที่ห้ามอยู่ที่ร้อน ๆ ห้ามทำกับข้าว ห้ามเข้าซาวน่าหลังฉีดฟิลเลอร ไม่ใช้พราะจะทำให้ฟิลเลอร์ละลายแต่อาจจะส่งผลถึงผลลัพธ์ของการฉีดได้

  1. แพทย์ทุกคนสามารถฉีดฟิลเลอร์ได้

การฉีดฟิลเลอร์ คือ การนำสารสังเคราะห์ฉีดเติมเต็มเข้าใต้ผิวหนัง โดยจะต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับบริเวณนั้น ๆ และฉีดในปริมาณที่เหมาะสม หากแพทย์ไม่มีความเชี่ยวชาญ ไม่ได้ถูกเทรนมาอย่างดี ต่อให้ใช้ฟิลเลอร์ยี่ห้อดีเลิศแค่ไหน ก็ไม่ปลอดภัยอยู่ดี

อย่างที่กล่าวไปในข้อต้น ๆ ค่ะ ว่าแพทย์ที่จะฉีดฟิลเลอร์ได้นั้น ต้องมีความเชี่ยวชาญเป็นอย่างดี ต้องรู้มากกว่าการใช้เข็มฉีดจิ้มเข้าไป ต้องรู้จักชั้นผิวแต่ละชั้นเป็นอย่างดี ต้องรู้จักโครงสร้างและรูปลักษณ์ของใบหน้าว่าตรงไหนสามารถฉีดได้ หรือห้ามฉีด

ดังนั้น แพทย์ทุกคนที่ฉีดยาเป็น ไม่สามารถจะฉีดฟิลเลอร์ให้คุณได้นะคะ ก่อนตัดสินใจฉีดอะไรเข้าไปในร่างกาย สำคัญที่สุด คือ ต้องศึกษาและปรึกษาแพทย์ให้ชัดเจนเข้าใจกันก่อน เพื่อความปลอดภัยและความพึงพอใจของตัวคุณเองนะคะ

  1. ฟิลเลอร์ 1 หลอด สามารถฉีดได้ทุกที่

ฟิลเลอร์ 1 หลอด มีปริมาณ 1 cc หรือถ้าให้เห็นภาพก็คือขนาดเท่าน้ำตาลบนปลายช้อนชา เพราะฉะนั้นถ้าคุณมีปัญหาในปริมาณที่เยอะก็ไม่สามารถใช้ฟิลเลอร์ 1 หลอดสำหรับฉีดทุกบริเวณที่มีปัญหาได้ รวมถึงฟิลเลอร์ยังมีหลายชนิด หลายแบบเพื่อแก้ปัญหาที่แตกต่างกัน

เมื่อคุณอยากฉีดฟิลเลอร์ จะเดินเข้าคลินิคไปแล้วบอกกับคุณหมอว่า “ฉีดฟิลเลอร์ตัวนั้น ตัวนี้ให้หน่อย” บอกเลยว่าไม่ได้ค่ะ เพราะต้องให้คุณหมอประเมินก่อนว่า บริเวณที่คุณอยากแก้ไขนั้นเหมาะสมกับฟิลเลอร์ประเภทใด ฉีดฟิลเลอร์ตัวไหนถึงจะเหมาะสม เพราะเนื้อฟิลเลอร์แต่ละแบบนั้น ไม่ได้เหมาะกับการฉีดทุกบริเวณค่ะ

ฟิลเลอร์ที่นิยมใช้ในปัจจุบันนั้น คือที่ผลิตจากสารไฮยาลูโรนิกแอซิด (Hyaluronic Acid) ซึ่งเป็นสารที่สังเคราะห์ขึ้นมาให้ใกล้เคียงกับที่มีอยู่แล้วในผิวหนัง โดยจะมีเนื้อผลิตภัณฑ์ของ 2 แบบค่ะ คือ

  • HA Filler เป็นฟิลเลอร์เนื้อแน่น มีลักษณะคงตัว สำหรับฉีดปรับโครงสร้างใบหน้า และเติมเต็มในส่วนที่ขยับเขยื้อนบ่อย ๆ จนเป็นร่องรอยลึก เช่น ร่องแก้ม เป็นต้น
  • HA Skin Booster เป็นฟิลเลอร์เนื้อบางเบากว่าแบบแรก มีลักษณะเป็นเจลนิ่ม ๆ ใช้ฉีดในบริเวณชั้นผิวที่ตื้นกว่า HA Filler เพื่อช่วยเกลี่ยให้ผิวดูเป็นธรรมชาติ ฉ่ำน้ำ ดูสุขภาพดี กระจ่างใสขึ้นจนดูอ่อนกว่าวัย

ดังนั้น ฟิลเลอร์ 1 หลอด ไม่ได้เหมาะกับการฉีดทุกบริเวณ ต้องพิจารณาเป็นเคส ๆ ไปค่ะ

  1. ห้ามกินวิตามินก่อนมาฉีดฟิลเลอร์

จริง ๆ ก็ไม่ได้ห้ามเสียทีเดียวค่ะ แต่เป็นการขอความร่วมมือให้งดมากกว่า เพราะว่าวิตามินหรืออาหารเสริมบางชนิด อย่างเช่น วิตามินอี ยาแอสไพริน สารสกัดจากใบแปะก๊วยนั้น จะไปกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ทำให้เลือดแข็งตัวช้า ในระหว่างฉีดฟิลเลอร์ คนไข้อาจจะเลือดไหลไม่หยุดได้ และเสี่ยงต่ออาการช้ำนั่นเองค่ะ

ดังนั้น ก่อนมาฉีดฟิลเลอร์ควรงดวิตามินหรืออาหารเสริมใด ๆ ตามที่แพทย์แนะนำจะดีกว่านะคะ

  1. หลังฉีดฟิลเลอร์ห้ามนวดหน้า

หลังจากฉีดฟิลเลอร์ แล้วห้ามนวดหน้านั้น เป็นเพราะการนวด จะทำให้ฟิลเลอร์บริเวณที่ฉีด เคลื่อนตัว ไม่อยู่ในตำแหน่งที่คุณหมอฉีดให้ จากจุดที่คุณหมอฉีดเพื่อยกหน้า อาจจะทำให้ผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามที่วางไว้

สิ่งที่คุณหมอมักแนะนำให้ดูแลตัวเองหลัก ๆ เลยนอกจากห้ามนวดแล้วก็คือ ภายใน 2 สัปดาห์หลังจากฉีดฟิลเลอร์ไปแล้ว ควรงดการกระทำเหล่านี้ค่ะ เพื่อให้สารเติมเต็มที่ฉีดเข้าไปได้มีเวลาเซตตัวก่อน

  • งดแต่งหน้า 24 ชั่วโมง
  • หลีกเลี่ยงการขยี้ตา
  • พยายามอย่ายิ้มกว้างหรือยิ้มเยอะเกินไป
  • หมั่นทาครีมกันแดด

ดังนั้น หลังจากฉีดฟิลเลอร์แล้ว หากต้องการให้ผลลัพธ์ออกมาสวย ดูเป็นธรรมชาติ คงอยู่ได้ยาวนานและเห็นผลดีที่สุด คุณเองก็ควรดูแลตัวเองดี ๆ ทำตามคำแนะนำของแพทย์ด้วยนะคะ

  1. ฉีดฟิลเลอร์สามารถทำให้ตาบอดได้

ฉีดฟิลเลอร์แล้วตาบอดเรื่องจริงที่น่ากลัว!! ถึงจะเป็นเคสที่มีจำนวนน้อยแต่ก็เกิดขึ้นได้ สาเหตุเกิดจากสารฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไปหลุดเข้าไปในกระแสเลือดแล้วบล็อคเส้นเลือด ซึ่งต้องระวังมากในผู้ที่ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ฉีดฟิลเลอร์จมูก เพราะเป็นบริเวณที่มีเส้นเลือดพาดผ่านเป็นจำนวนมาก การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากและจมูกจะต้องเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการฉีดฟิลเลอร์เท่านั้น

  1. การฉีดฟิลเลอร์ทำให้หน้าดูใหญ่ ดูห้อย

หลาย ๆ คนยังคิดว่าการฉีดฟิลเลอร์เหมือนการเป่าลูกโป่ง ที่พอฟิลเลอร์สลายแล้วหน้าก็จะเหี่ยวเหมือนลูกโป่งที่โดนปล่อยลม แต่จริง ๆ แล้วการฉีดฟิลเลอร์ คือการฉีดเข้าไปเติมเต็มส่วนที่หายไป ไม่ว่าจะเป็นมวลกระดูกหรือมวลไขมัน แต่ก็เป็นไปได้ที่ฉีดแล้วหน้าดูใหญ่ ดูย้อยถ้าฉีดโดยแพทย์ที่ไม่เชี่ยวชาญ อาจเกิดจากการฉีดฟิลเลอร์เข้าไปแก้ปัญหาไม่ตรงจุดค่ะ หรือเพราะฉีดฟิลเลอร์ตื้นเกินไป เลยทำให้เนื้อของฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไป ไปกองอยู่ในชั้นผิวตื้น ๆ นั้น จนดูนูนออกมาเป็นก้อน ทำให้หน้าดูใหญ่ ห้อยย้อย ผิดรูปไปได้

ฟิลเลอร์ 10 ความเชื่อ 02

การฉีดฟิลเลอร์เป็นเทคนิคที่เป็นที่ยอมรับจากทั่วโลก เพราะถึงแม้การยิงเลเซอร์ยกกระชับก็ไม่สามารถแก้ปัญหาวอลลุ่มบนใบหน้าที่หายไปได้ เพียงแค่คุณเลือกผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก และเลือกสถาบันที่เชื่อถือได้ คุณก็จะได้สวยดั่งที่คุณปรารถนาโดยมีความเสี่ยงที่น้อยมาก

อยากสวยแบบไม่เสี่ยง สามารถสอบถามรายละเอียดอื่น ๆ เพิ่มเติม ได้ทาง Line@ : @apexbeauty (มี @ นำหน้า) นะคะ