แขนย้วย ลดต้นแขน ได้ แค่เปลี่ยนอาหารการกิน

ลดต้นแขน
แขนย้วย แขนใหญ่ ต้นแขนล่ำ ไม่ใช่เรื่องทึ่ผู้หญิงคนไหนจะยอมรับได้ เพราะการที่คุณมีไขมันส่วนเกินสะสมภายในร่างกาย นั่นก็แปลว่ารู้ร่างของคุณที่เคยดูดีกำลังถูกความอ้วนเข้าจู่โจม ซึ่งสิ่งที่จะตามมานอกจากปัญหาแขนใหญ่ แขนย้วยก็คือ ผิวหนังที่แตกลายจนทำให้คุณสาว ๆ ไม่กล้าโชว์แขนอีกต่อไป ฉะนั้นสาว ๆ คนไหนที่กำลังพบเจอกับปัญหานี้อยู่ก็อย่ามัวแต่เศร้า หรือปล่อยให้มันกลายเป็นเรื่องกวนใจ และทำให้คุณเสียความมั่นใจกันอีกต่อไปค่ะ เพราะการ ลดต้นแขน นั้นสามารถเริ่มต้นได้เพียงแค่คุณเปลี่ยนนิสัยการรับประทานอาหาร และเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์มากขึ้น

ทั้งนี้ปัญหาแขนย้วย หรือต้นแขนใหญ่เกิดจากการไขมันส่วนเกินที่ไปสะสมบริเวณต้นแขนโดยอาจเกิดขึ้นจากพฤติกรรมการรับประทานอาหาร หรือเกิดขึ้นจากกรรมพันธุ์ ที่ทำให้บริเวณต้นแขนใหญ่ขึ้น จนเกิดการหย่อนคล้อยกลายเป็นแขนย้วย ๆ  ซึ่งปัญหานี้เมื่อเกิดขึ้นแล้ว วิธีที่คนส่วนใหญ่นึกถึงเป็นอันดับแรกก็คือการสวมใส่เสื้อผ้าตัวใหญ่ หรือแขนกว้าง ๆ เพื่อพรางแขน เนื่องจากไม่มั่นใจบริเวณต้นแขนของตัวเอง จนทำให้ตัวเลือกในการสวมใส่เสื้อผ้าลดลง และไม่สามารถแต่งตัวได้ตามอย่างที่ต้องการเท่าไรนัก

สำหรับคนที่มีแขนย้วย ๆ อย่างเพิ่งหมดกำลังใจค่ะ เพราะในปัจจุบันการ ลดต้นแขน มีหลากหลายวิธีมากขึ้น โดยวิธีเบื้องต้นที่คุณสามารถเริ่มทำได้ด้วยตัวเอง นั่นก็คือการเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร และเลือกรับประทานอาหารที่ดีให้มากขึ้น โดยควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง ของหวาน หรืออาหารที่มีรสชาติเค็ม เพราะบรรดาน้ำตาล และไขมันนั้นจะทำให้เกิดไขมันส่วนเกินในร่างกายมากขึ้น และในขณะเดียวกันการรับประทานอาหารที่มีรสชาติเค็มบ่อย และมีโซเดียมสูงก็ทำให้เสี่ยงต่อภาวะบวมน้ำได้อีกด้วย ดังนั้นทางที่ดีคือควรเลี่ยงอาหารเหล่านี้ และหันมารับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูง และมีไฟเบอร์ เพราะสารอาหารทั้งสองชนิดนี้ มีส่วนสำคัญในการลดไขมันส่วนเกินในร่างกาย กระตุ้นการเผาผลาญ ทำให้ร่างกายดึงไขมันสะสมไปใช้มากขึ้น ผลที่ได้ก็คือไขมันส่วนเกินที่สะสมต่างส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ไม่เว้นแม่แต่บริเวณต้นแขนก็จะลดลงได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ

นอกจากการเลือกรับประทานอาหารที่ดีและมีประโยชน์ให้มากขึ้นแล้ว หากต้องการให้ต้นแขนย้วย ๆ เล็กลง และดูกระชับมากขึ้น การออกกำลังกายก็เป็นสิ่งที่สำคัญ ซึ่งการออกกำลังกายที่เน้นบริเวณแขนก็สามารถช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อแขน และเพิ่มการเผาผลาญพลังงานได้เช่นกัน โดยท่าออกกำลังกายที่สามารถทำได้ง่ายที่สุดก็คือ การแกว่งแขน การวิดพื้น ทว่าก็ต้องใช้ความอดทน และวินัยอย่างมากในการลดต้นแขน เพราะการมีต้นแขนที่กระชับ ไม่ได้ลดกันง่าย ๆ จึงต้องมีการควบคุมอาหารและออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องระยะหนึ่งแขนที่เคยย้วยจึงจะค่อย ๆ กลับมาฟิตกระชับได้อีกครั้งค่ะ

แต่ถ้าคุณรู้สึกว่าการควบคุมอาหาร และการออกกำลังกายไม่ตอบโจทย์คุณ และคุณเองก็เป็นคนที่กล้าได้กล้าเสีย การดูดไขมันต้นแขนก็นับเป็นการ ลดต้นแขนแบบเร่งด่วนที่เห็นผลมากเช่นกัน ซึ่งการดูดไขมันในปัจจุบันมีการพัฒนาไปมากกว่าเมื่อก่อน ทำให้มีเทคนิคต่าง ๆ ที่ช่วยนำไขมันออกมาจากร่างกายได้โดยเจ็บตัวน้อยที่สุดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาให้การดูดไขมันมีแผลที่เล็กลง พักฟื้นสั้นลง ทำให้ไม่ต้องเสียเวลา หรือเสียการเสียงานในการมาดูดไขมันเหมือนแต่ก่อน แถมยังแทบดูไม่ออกว่าเคยดูดไขมันมาอีกด้วย

ทว่าในการดูดไขมันต้นแขน จะต้องทำโดยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดดูดไขมันโดยเฉพาะ เพราะบริเวณแขนเป็นบริเวณที่มีเส้นเลือด เส้นประสาท และกล้ามเนื้อ ดังนั้นหากแพทย์ไม่มีความเชี่ยวชาญมากพอ อาจทำให้วิเคราะห์ปริมาณไขมันที่ต้นแขนได้ไม่แม่นยำ และทำให้ดูดไขมันออกมาได้น้อย ไปโดนกล้ามเนื้อจนเกิดการอักเสบ เป็นรอยช้ำ หรือเป็นให้ผิวเป็นคลื่นดูดไม่สวย และถ้าหากไปโดนบริเวณเส้นเลือด เส้นประสาท จนเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้อีกด้วย

ดังนั้นก่อนที่จะตัดสินใจดูดไขมันต้นแขน ผู้เข้ารับบริการควรศึกษาเรื่องการดูดไขมันอย่างละเอียด เลือกสถานที่ที่จะดูดไขมันที่วางใจได้ และศึกษาว่าแพทย์ที่จะทำการดูดไขมันนั้นมีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในด้านการดูดไขมันมากแค่ไหน และดูรีวิวจากลูกค้าที่ดูดไขมันกับแพทย์คนนั้น ๆ เพื่อจะได้แน่ใจว่าการตัดสินใจจะไม่พลาดจนทำให้รู้สึกเสียใจในภายหลังค่ะ 

อย่างไรก็ตาม หากการลดต้นแขนด้วยวิธีข้างต้นยังไม่ใช่วิธีที่คุณต้องการ ก็ยังมีการลดต้นแขนอีกวิธีหนึ่งที่ให้ลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพด้วยเช่นกัน นั่นก็คือการใช้ความเย็นในการสลายไขมันส่วนเกิน หรือที่เรารู้จักกันในชื่อของ CoolSculpting เทคโนโลยีสลายไขมันด้วยความเย็นนั้นเองค่ะ

CoolSculpting เป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่ช่วยสลายไขมันส่วนเกินออกจากบริเวณที่คุณกังวลโดยไม่ต้องเจ็บตัว และไม่ต้องผ่าตัด อีกทั้งยังเป็นวิธีที่ไม่ต้องพักฟื้น เพราะเป็นวิธีการสลายไขมันด้วยความเย็น โดยใช้อุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง -11 ถึง – 13 องศาเซลเซียส ส่งลงไปยังใต้ผิวหนังโดยใช้เวลาเพียง 35 – 75 นาที ในการทำ ซึ่งในระยะเวลาเท่านี้ และความเย็นในระดับนี้จะช่วยให้เซลล์ไขมัน ซึ่งเป็นเซลล์ที่ไวต่อความเย็นตายลงได้ถึง 20 – 30% ของไขมันส่วนเกินทั้งหมดในบริเวณที่ทำ จากนั้นร่างกายจะใช้เวลา 1 – 3 เดือนในการกำจัดซากของเซลล์ไขมันออกจากร่างกายตามกลไกธรรมชาติ โดยที่คุณไม่ต้องกังวลว่าบริเวณที่ทำจะประสบปัญหาผิวย้วยแต่อย่างใด ผลที่ตามมาก็คือ คุณจะสามารถมีต้นแขนที่ดูกระชับ และเล็กลงได้ ช่วยเสริมความมั่นใจให้คุณได้ หรือถ้าหากคุณยังรู้สึกว่าอยากได้ต้นแขนที่กระชับมากขึ้น ก็สามารถกลับมาทำซ้ำได้ในบริเวณเดิมได้จนกว่าจะพอใจค่ะ

แม้ว่าการทำ CoolSculpting จะเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูง แต่ถ้าอยากให้มั่นใจว่าผลลัพธ์ของการทำ CoolSculpting ที่ต้นแขนจะออกมาดี มีประสิทธิภาพ ก็ต้องทำกับสถานความงามที่มีประสบการณ์สูง หรือมีทีมผู้เชี่ยวชาญในด้านการทำ CoolSculpting เพราะผู้เชี่ยวชาญจะสามารถให้คำแนะนำ ประเมินจุด รวมไปถึงให้การดูแลตลอดการทำได้อย่างเป็นมืออาชีพ ทำให้คุณกลับมามีเรียวแขนที่เล็กลงและดูสมส่วนขึ้นอย่างที่คุณต้องการอย่างแน่นอนค่ะ

ซึ่งที่ APEX เรามีเทคโนโลยี CoolSculpting พร้อมให้บริการโดยผู้เชี่ยวชาญอย่าง CoolSculpting Specialist ในทุกสาขา ทำให้ผู้เข้ารับบริการสามารถปรึกษาและขอคำแนะนำในการทำ CoolSculpting ตลอดจนถึงการดูแลตัวเองหลังจากทำ เพื่อให้ผลลัพธ์ในการทำคงอยู่ได้อย่างยาวนาน และมีความปลอดภัยสูงสุด ทำให้คุณมีรูปร่างที่มั่นใจได้อีกครั้ง ต้นแขนเรียวสวยที่คุณคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัวจะไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไปด้วย CoolSculpting จาก APEX ค่ะ

ผลลัพธ์ CoolSculpting จากผู้ใช้จริงที่คุณพิสูจน์ได้ !

นอกจากผลการรับรองจากสถาบันระดับโลกในเรื่องผลลัพธ์ และความปลอดภัยแล้ว เรายังมีตัวอย่างผู้เข้ารับบริการที่ทำ CoolSculpting จริง ๆ และให้ผลลัพธ์ที่น่าประทับใจมาฝากกัน

  • เชฟป้อม – ม.ล.ขวัญทิพย์ เทวกุล 

‘เมื่อความรักในการทำอาหาร นำพาไขมันส่วนเกินมาให้ ตัวช่วยที่ดีที่สุดคือ COOLSCULPTING’

ในยุคนี้คงไม่มีใครที่ไม่รู้จักกับหญิงแกร่งคนเก่งอย่าง ‘เชฟป้อม’ หรือ ม.ล.ขวัญทิพย์ เทวกุล พิธีกรรายการอาหารชื่อดังคนนี้อย่างแน่นอน ซึ่งเชฟป้อมเป็นคนหนึ่งที่หลงไหลและหลงรักในการทำอาหารอย่างมาก เชฟป้อมเผยว่า ในการทำอาหารสักจานจะต้องเอาใจใส่กับอาหารจานนั้น เพื่อให้อาหารจานนั้นมีคุณค่า และประโยชน์ต่อร่างกายมากที่สุด และด้วยเพราะรับหน้าที่เป็นทั้งคนปรุงอาหาร และสอนการทำอาหาร จึงต้องมีการชิมอาหารทั้งที่ตัวเองทำ และคนอื่นทำอยู่เป็นประจำ นาน ๆ เข้าก็ทำให้เกิดไขมันสะสมตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย รูปร่างที่เคยดูดีก็เปลี่ยนแปลงไป ด้วยเหตุนี้เชฟป้อมจึงตัดสินใจใช้ตัวช่วยอย่าง CoolSculpting มากำจัดส่วนเกินของร่างกาย แต่จะเป็นอย่างไรนั้น เราลองไปดูกันค่ะ

  • คุณหนิง – สายสวรรค์ ขยันยิ่ง 

‘COOLSCULPTING สะดวกใช้เวลาน้อย ไม่ถึงชั่วโมงก็เสร็จ’

คุณหนิง สายสวรรค์ ขยันยิ่ง ผู้ประกาศข่าวมากประสบการณ์ ด้วยงานผู้ประกาศและพิธีกรที่คิวแน่นมาก ทำให้เวลาที่จะได้ดูแลตัวเองน้อยลง จึงหาเทคโนโลยีที่ช่วยจัดการกับไขมันส่วนเกิน ซึ่ง CoolSculpting ที่ APEX ช่วยแก้ไขปัญหาไขมันส่วนเกินรอบเอวให้คุณหนิงได้ โดยคุณหนิงรู้สึกประทับใจกับการทำ CoolSculpting เป็นอย่างมาก เพราะใช้เวลาในการทำน้อยเพียงไม่ถึง 1 ชั่วโมง ทำให้ไม่กระทบกับเวลาการทำงานแต่อย่างใด

  • คุณโอ๊ค – นิธินาฏ ราชนิยม

‘COOLSCULPTING ไม่เจ็บ แถมใช้เวลาไม่นาน’

คุณโอ๊ค – นิธินาฏ ราชนิยม อีกหนึ่งผู้ประกาศข่าวคนเก่ง เป็นอีกหนึ่งคนที่มีปัญหาเรื่องสัดส่วนโดยเฉพาะบริเวณหน้าท้อง แต่ด้วยเพราะการงานที่รัดตัวทำให้ไม่มีเวลาที่จะจัดการกับความกังวลใจนี้ได้อย่างเต็มที่ จึงตัดสินใจให้เอเพ็กซ์ช่วยแก้ปัญหาที่มีด้วย CoolSculpting โดยคุณโอ๊คได้เผยว่ารู้สึกประทับใจมากตรงที่ใช้เวลาไม่นาน แถมยังไม่เจ็บอีกด้วยล่ะค่ะ

  • คุณเจก รัตนตั้งตระกูล 

‘COOLSCULPTING แค่เพียงสี่ขั้นตอนง่าย ๆ ก็มีรูปร่างที่ดีได้’

 

ใครว่าผู้ชายไม่เอาใจใส่เรื่องรูปร่าง ขอบอกว่าไม่จริงค่ะ เพราะ คุณเจก รัตนตั้งตระกูล นักข่าวหนุ่มคนนี้ที่แม้จะดูเหมือนมีรูปร่างที่ดูดีอยู่แล้ว แต่คุณเจกก็ยังคงมีความกังวลใจอยู่ไม่น้อย และด้วยเหตุนี้คุณเจกจึงตัดสินใจเข้ามาทำ CoolSculpting ที่เอเพ็กซ์ และด้วย 4 ขั้นตอนง่าย ๆ ของการทำ CoolSculpting ก็ทำให้คุณเจกกลับมามีรูปร่างที่ตัวเองพึงพอใจได้อีกครั้งค่ะ

 

ปรึกษา และสอบถามเพิ่มเติม โทร. 063-310-8000
FB inbox : click http://m.me/apexprofoundbeauty
Line : http://line.me/ti/p/@apexcallcenter