เทรนด์ ยกกระชับ ใบหน้าปี 2021

เทรนด์ ยกกระชับ หน้าปี 2021

ปี 2020 กำลังจะขยับเพิ่มขึ้นอีก 1 ปี เปลี่ยนแปลงไปสู่ปี 2021 อย่างเต็มตัว อายุของเราเองก็ขยับเพิ่มขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน และหลายคนคงถึงเวลาเปลี่ยนเลขนำหน้าอายุจากเลข 2 สู่เลข 3 หรือจากเลข 3 สู่เลข 4 ซึ่งแน่นอนว่าช่วงวัยที่เปลี่ยนไปย่อมเกิดการเปลี่ยนแปลงในหลาย ๆ ด้าน แต่ที่สังเกตเห็นได้ชัดเจนน่าจะเป็นบนใบหน้าของเรานี่แหละค่ะ

ความหย่อนคล้อยจะเริ่มถามหา ริ้วรอยก็เริ่มปรากฏให้เห็นชัด มีเหตุมาจากความสามารถในการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินใต้ผิวหนังลดลง รวมถึงการฝ่อตัวของชั้นไขมันและกระดูก ทำให้โครงสร้างบนใบหน้าเกิดการเปลี่ยนแปลง อะไร ๆ ที่มันเคย ยกกระชับ กลับค่อย ๆ หย่อนคล้อยย้อยลงมา เช่น หางคิ้ว หางตา แก้มสองข้าง และเหนียงใต้คาง หรืออะไรที่เคยเต็มกลับยุบบุ๋มลงไป เช่น ใต้ตา หน้าผาก และขมับ

ในปี 2021 หรือ ปี 2564 นั้น การเสริมความงามไม่ใช่เรื่องที่ใหม่หรือดูแปลกอีกแล้ว หากใครจะเดินเข้าสู่คลินิคเสริมความงามเพื่อดูแลตัวเอง อีกทั้งยังมีความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ มาตลอด โดยเฉพาะเรื่องการยกกระชับแบบที่ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้นนาน ทำเสร็จแล้วสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ ซึ่งมีอยู่ด้วยกันหลากหลายวิธีการค่ะ ลองมาดูกันว่าจะมีเทคนิคการ ยกกระชับ แบบไหนที่ยังคงได้รับความนิยม ปลอดภัย และให้ผลลัพธ์ตรงใจในปี 2021 กันบ้าง

ulthera ยกกระชับ

อัลเทอร่า (Ulthera) หรือ อัลเทอราพี (Ultherapy)

มาถึงปี 2021 คงแทบจะไม่มีใครไม่รู้จักนวัตกรรมการยกกระชับหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัดอย่าง Ulthera เพราะเป็นนวัตกรรมการยกกระชับผิว ลดริ้วรอย ด้วยพลังงานในรูปแบบ Focused Ultrasound โดยส่งผ่านคลื่นอัลตราซาวนด์ที่มีพลังงานความถี่สูง ซึ่งจะแปรเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนลงสู่ใต้ชั้นผิวหนังลึกที่เรียกว่า SMAS (Superficial Muscular Aponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับการผ่าตัดศัลยกรรมดึงหน้า (Face Lift) ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน ทำให้ผิวค่อย ๆ ตึง ยกกระชับอย่างเป็นธรรมชาติ และเป็นเทคโลโลยีที่ได้รับความนิยมทั่วโลก

อัลเทอร่าได้รับความนิยมในบ้านเรามากกว่า 10 ปีแล้วค่ะ ซึ่งล่าสุดนี้ ทางทีมแพทย์ก็ได้คิดค้นโปรแกรมยกกระชับใหม่ล่าสุดออกมาเพื่อให้การทำ Ulthera เห็นผลมากขึ้นและชัดเจนยิ่งขึ้น เรียกว่า Ulthera SPT เป็นเทคนิคพิเศษที่ดีไซน์เฉพาะบุคคลไม่เหมือนใคร เพื่อมอบผลลัพธ์แบบ Hyper-personal Lift แก่ผู้เข้ารับการรักษา

thermage flx ยกกระชับ

เทอร์มาจ (Thermage)

เป็นอีกเทคโนโลยีที่เบียดสูสีมากันกับ Ulthera เลยก็ว่าได้ เพราะเป็นอีกเครื่องที่ช่วยยกกระชับหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องพักฟื้น Ulthera กับ Thermage ถึงจะคล้ายกันแต่ก็ต่างกันโดยสิ้นเชิง Thermage เป็นนวัตกรรมการยกกระชับผิวด้วยคลื่นวิทยุ (RF : Radio Frequency) ความถี่สูงเพื่อลดเลือนริ้วรอย ปรับรูปใบหน้าให้ยกกระชับ โดยความร้อนที่ออกจากคลื่นวิทยุมีความสม่ำเสมอ และจะถูกส่งลงสู่ชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) ซึ่งเป็นชั้นที่อยู่ของไขมันและคอลลาเจน ทำให้คอลลาเจนถูกกระตุ้นอย่างทันที แก้ปัญหาเส้นใยคอลลาเจนที่หย่อนคล้อย ขาดการยืดหยุ่นสปริงตัว ทำให้เส้นใยคอลลาเจนหดกลับและมีเกลียวที่ขึงตึงขึ้น ผิวจึงดูแน่นขึ้นในระยะยาว

Thermage มีมาตั้งแต่ปี 2003 และได้พัฒนามาเรื่อย ๆ จนถึงเครื่อง Thermage FLX ซึ่งถือเป็นเครื่องรุ่นใหม่ล่าสุดที่ถูกผลิตออกสู่แวดวงเสริมความงามในปี 2018 ด้วยการพัฒนาต่อยอดจากเครื่องรุ่นก่อนหน้า จึงทำให้ Thermage FLX แสดงประสิทธิภาพและให้ประสิทธิผลได้เต็มที่กว่า ซึ่งคอนเซปต์ของเครื่อง FLX รุ่นใหม่ล่าสุดนี้คือ ‘เร็วกว่า เจ็บน้อยกว่า สบายกว่า’ จึงทำให้ได้รับความนิยมในเวลาอันรวดเร็วและยังคงได้รับความนิยมจนถึงปัจจุบัน

botox allergan ฉีดยกกระชับ

โบท็อกซ์ (Botox)

โบท็อกซ์เป็นที่นิยมอย่างมาก จนใคร ๆ เรียกสารลดริ้วรอยว่าโบท็อกซ์ ถึงแม้ว่าจริง ๆ แล้วโบท็อกซ์จะเป็นชื่อของยี่ห้อสารลดริ้วรอยจากอเมริกาก็ตาม โบท็อกซ์ (Botox) หรือ โบทูลินั่ม ท็อกซิน ไทป์ เอ (Botulinum Toxin Type A) คือสารที่ใช้ฉีดเพื่อลดเลือนริ้วรอย เป็นโปรตีนบริสุทธิ์ที่สกัดจากแบคทีเรียคลอสตริเดียม โบทูลินั่ม (Clostridium Botulinum) ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อผู้ที่ต้องการลดริ้วรอย ปรับรูปใบหน้า ลดขนาดกล้ามเนื้อบริเวณต่าง ๆ เช่น น่องและกราม รวมถึงการฉีดเพื่อลดเหงื่อ

โบท็อกซ์ ถูกขนานนามว่าเป็น ‘Lunch Time Beauty’ แค่ช่วงพักกลางวันคุณก็สวยได้ เพราะในการฉีดโบท็อกซ์แต่ละครั้งใช้เวลาไม่นาน จิ้มหน้าทำสวยแปปเดียว ก็มีเวลาเหลือ แถมไม่มี Downtime หลังฉีดไปหาของอร่อยทานหรือชอปปิ้งได้อย่างสบายใจ หลังจากฉีดโบท็อกซ์ไปจะเริ่มเห็นผลลัพธ์ได้ใน 2-3 วัน สำหรับริ้วรอยตื้น ๆ และ 7-14 วัน สำหรับริ้วรอยร่องลึก โดยให้ผลลัพธ์คงอยู่ประมาณ 6-8 เดือน ก่อนสารโบทูลินั่มท็อกซินจะสลายไปเองตามธรรมชาติ 

ซึ่งในปี 2021 ถึงแม้ผลิตภัณฑ์จะเหมือนเดิมแต่เพิ่มเติมคือเทคนิคการฉีดของแพทย์ที่มีเทคนิคใหม่ ๆ ในการฉีด ทั้งการฉีดปรับ หน้า/คอ/บ่า/ไหล่ ให้เรียวเล็กดูยาว หรือที่เรียกกันว่าเทคนิค X Beauty และกระแสที่จะมาแรงปีหน้าคือ Baby Botox เป็นการฉีดโบท็อกซ์กระชับและลดริ้วรอยที่ดูเป็นธรรมชาติแบบพอยังเหลือริ้วรอยเล็ก ๆ บ้าง ซึ่งเป็นกระแสใน Hollywood อยู่ตอนนี้

filler juvederm

ฟิลเลอร์ (Filler)

การฉีดฟิลเลอร์ เป็นการฉีดสารเติมเต็ม ที่เรียกว่า เอชเอ (HA) หรือ ไฮยาลูโรนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) เพื่อเข้าไปทดแทนและเติมเต็มใยคอลลาเจนใต้ผิวที่เสื่อมสลาย ช่วยพยุงโครงหน้าให้เกิดการยกกระชับ กลับมาดูอิ่มเอิบ เพิ่มความยืดหยุ่น เติมร่องริ้วรอยลึกให้ตื้นขึ้น แลดูอ่อนกว่าวัย ซึ่งฟิลเลอร์มีอยู่หลายชนิดเพื่อช่วยแก้ปัญหาในจุดที่ต่างกันไปบนใบหน้า หลังจากฉีดเสร็จแล้วสามารถเห็นผลลัพธ์ได้ทันที ไม่ต้องพักฟื้น ระยะของผลลัพธ์จะอยู่ที่ 6 เดือน – 2 ปี ขึ้นอยู่กับประเภทของฟิลเลอร์ที่ฉีด หลังจากนั้นก็จะสลายไปเองตามธรรมชาติได้เช่นเดียวกับโบท็อกซ์

และเมื่อปลายปี 2020 นี้ คุณหมอเอก – นายแพทย์เอกลัคณ์ ธรรมสุนทร ได้คิดค้นการฉีดฟิลเลอร์เทคนิคศัลยกรรมขึ้นมา และจะทำการเทรนและส่งต่อเทคนิคนี้ให้กับทีมแพทย์เอเพ็กซ์ในต้นปี 2021 ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นผลลัพธ์ที่แพทย์ทุกคนตื่นเต้นและรอคอย เป็นเทคนิคระดับ Advance ที่มีแพทย์ไทยเพียงไม่กี่ท่านที่จะได้รับคัดเลือกเข้าเทรน

ร้อยไหม ยกกระชับ หน้าด้วยไหมอิตาลี (Definisse – Italian Thread Lift)

ร้อยไหมยกกระชับ (Thread Lift)

การร้อยไหมยกกระชับ เป็นหนึ่งในนวัตกรรมความงามช่วยเรื่องการยกกระชับผิวที่นิยมในไทยมาเกือบ ๆ 20 ปีแล้วค่ะ ถือเป็นหัตถการที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน สามารถทำได้ทุกส่วนบนร่างกาย แต่นิยมทำบนใบหน้ามากกว่า ในบริเวณที่ร้อยไหมเข้าไป ผิวจะเต่งตึง ยกกระชับ ไม่หย่อนคล้อย ช่วยให้กรอบหน้าชัดเจนขึ้น กระตุ้นการไหลเวียนโลหิตให้ไปเลี้ยงชั้นผิวหนังเพิ่มขึ้น เห็นผลลัพธ์หลังร้อยไหมทันทีประมาณ 20-50% ขึ้นอยู่กับชนิดของไหม

ไหมยกกระชับในท้องตลาดมีอยู่ด้วยกันหลายชนิดค่ะ แต่ที่ฮิตและได้รับความนิยมมากที่สุดในตอนนี้คือ การร้อยไหมอิตาลี (Italian Thread Lift) ที่ให้ผลลัพธ์การยกกระชับผิวทันทีหลังทำ ช่วยให้กรอบหน้าชัดเจนขึ้น และยังส่งผลในการยกกระชับผิวระยะยาว ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน กรดไฮยาลูรอน และอิลาสติน ได้มากกว่าการร้อยไหมแบบเก่า ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้น และจะเห็นผลชัดเจนที่สุดหลังจากทำผ่านไปแล้ว 1-2 เดือน ที่สำคัญคือผลลัพธ์การยกกระชับอยู่ได้มากกว่า 1 ปี ใช้จำนวนเส้นไหมน้อย เพียงข้างละ 1-2 เส้นต่อครั้ง การร้อยไหมอิตาลีจึงกลายเป็นที่นิยมจนปัจจุบัน และในปี 2021 ไหมอิตาลีจะมีเทคนิคใหม่ในการร้อยเพื่อเน้นแก้มส้ม หรือร้อยไหมให้หน้าบริเวณแก้มดูยก ดูเฉี่ยวขึ้น

ปีหน้านับว่าเป็นอีกปีที่น่าตื่นเต้นไม่เพียงแต่เทคโนโลยีที่ก้าวไกลอย่างก้าวกระโดด แต่เทคนิคของแพทย์ก็ล้ำไม่แพ้กัน เรียกได้ว่าเห็นเทรนด์ในปีหน้าแล้วอยากจะให้ถึงปีหน้าเร็ว ๆ เลยค่ะ วิธีการ ยกกระชับ หน้าโดยไม่ต้องผ่าตัดมีอยู่อย่างหลากหลายนั้นก็เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคนั่นเองค่ะ ซึ่งมีข้อดีที่แตกต่างกันไปเพื่อช่วยแก้ไขแต่ละปัญหาได้อย่างตรงจุดที่สุดนั่นเอง ซึ่งสามารถใช้การรักษาร่วมกันเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีขึ้นกว่าเดิมได้ด้วยนะคะ

หากคุณต้องการ ยกกระชับ หน้าแต่ยังเลือกไม่ถูกว่าแบบไหนจะเหมาะกับตัวเอง สามารถปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมากประสบการณ์ของเราได้ที่ Line@ : @apexbeauty (มี @ นำหน้า) นะคะ หรือที่คลินิค APEX กว่า 30 สาขาในห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศไทย เรื่องยกกระชับไว้ใจ APEX!