อันตรายจากการ ฉีดฟิลเลอร์ !!

ร้อยแปดคำถามการ ฉีดฟิลเลอร์ จากเรื่องที่เราเห็น อ่าน หรือได้ยินมา อะไรคือความจริง อะไรคือสิ่งที่เชื่อได้สำหรับการฉีดฟิลเลอร์

ฉีดฟิลเลอร์ แล้วจะไหลจริงรึเปล่า? ฉีดฟิลเลอร์ แล้วฟิลเลอร์จะอยู่ในร่างกายต้องขูดออกอย่างเดียว?? ฉีดฟิลเลอร์ แล้วเป็นอันตรายถึงชีวิตจริงไหม??? ร้อยแปดคำถามการฉีดฟิลเลอร์ จากเรื่องที่เราเห็น อ่าน ได้ยินมา หรือ “เขาเล่าว่า” นั่นเอง แล้วอะไรคือความจริง อะไรคือสิ่งที่เชื่อได้สำหรับการฉีดฟิลเลอร์…

อันตราย ฉีดฟิลเลอร์

ต้องยอมรับว่าปัจจุบันความสวย ความหล่อ สามารถสร้างได้ด้วยฝีมือ แถมเรื่องการฉีด การเสริมต่าง ๆ ก็ยังเป็นที่ยอมรับกันมากขึ้นในสังคมไทยจนดูเป็นเรื่องธรรมชาติไปแล้ว ทำแล้วสวยขึ้น หล่อขึ้น ดูดีขึ้นก็ทำไปเถอะ การฉีดสารเพื่อความงามนอกจากการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “ความเชี่ยวชาญของแพทย์” ยิ่งการฉีด ฟิลเลอร์ (Filler) ยิ่งต้องใช้ความเชี่ยวชาญของแพทย์ที่สูงมาก เพราะฟิลเลอร์เป็นสารไฮยาลูโรนิกแอซิด (Hyaluronic Acid หรือ HA) ซึ่งเป็นสารที่มีความคงตัวสูง  มีคุณสมบัติในการดูดของเหลว การฉีดฟิลเลอร์จึงต้องฉีดให้ถูกชั้นผิว และใช้ปริมาณที่เหมาะกับปัญหานั้น ๆ จริงอยู่ที่ Hyaluronic ในฟิลเลอร์เป็นสารที่เรามีอยู่ในร่างกายอยู่แล้ว ฟิลเลอร์จริงปลอดภัย ไม่เสี่ยงต่อการแพ้และไม่เป็นอันตราย แต่การฉีดโดยไม่มีความชำนาญ สามารถทำให้ปัญหาที่มีแย่ลง เป็นก้อนและดูไม่เป็นธรรมชาติได้

โบท็อกซ์ หมอนัน

คุณหมอนัน – แพทย์หญิงนันทภัทร์ สุภาพรรณชาติ อาจารย์แพทย์ประจำเอเพ็กซ์เล่าให้ฟังว่า “ในอดีตการฉีด ฟิลเลอร์ เพื่อสร้างความงามบนใบหน้า เรามักพบว่าทำไมฉีดแล้วไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง หรือไม่รู้สึกว่าสวยขึ้น เป็นเพราะเทคนิคการฉีดฟิลเลอร์เมื่อก่อนนั้น จะฉีดเน้นในบริเวณที่ต้องการแก้ไข หรือมีข้อบกพร่อง โดยไม่ได้มีการดูความงามของใบหน้าแบบภาพรวม ซึ่งหากจะฉีดหน้าด้วยฟิลเลอร์ให้สวยและปลอดภัยนั้นควรฉีดโดยการวิเคราะห์หน้าของคนไข้แบบองค์รวม ดูว่าแต่ละส่วนของใบหน้ามีอะไรที่ขาด ที่เกินอยู่บ้าง ไม่ใช่แค่ฉีดเพื่อถมในส่วนที่ขาดให้เต็ม” 

เคยได้ยินข่าวว่าฉีดฟิลเลอร์แล้วฟิลเลอร์ไหล…มันเกิดจากอะไร

พอได้ยินคำว่า ฟิลเลอร์ ไหล หลายคนคงคิดว่าเป็นเพราะความร้อนทำให้ฟิลเลอร์ที่เป็นก้อนอยู่ละลายและไหลลงมา หลังจากฉีดฟิลเลอร์ สาว ๆ หลายคนจึงงดทำกับข้าว อยู่หน้าเตา เพราะกลัวฟิลเลอร์ละลายแล้วไหลลงมา แต่แท้จริงแล้วฟิลเลอร์ไหลมักเกิดจากการใช้ฟิลเลอร์ปลอม หรือสารฟิลเลอร์ชนิดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่สารไฮยาลูโรนิกค่ะ

คำว่า ฟิลเลอร์ เป็นคำติดปากที่ใคร ๆ เรียกสารที่นำมาใช้เติมเต็ม เพราะฉะนั้นการไปฉีดฟิลเลอร์แต่ละครั้งควรถามให้แน่ใจก่อนว่าฟิลเลอร์ที่ใช้ฉีดยี่ห้ออะไร เป็นสารประเภทไหน ซึ่งฟิลเลอร์สามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ คือ  

  • ฟิลเลอร์แบบชั่วคราว (Temporary Filler) คือ สารไฮยาลูโรนิกแอซิด (Hyaluronic Acid) ซึ่งเป็นสารที่สังเคราะห์ขึ้นมาให้ใกล้เคียงกับที่มีอยู่แล้วในผิวหนัง ฟิลเลอร์ ชนิดนี้เป็นฟิลเลอร์ที่นิยมอย่างแพร่หลายทั่วโลก เพราะไม่ทำให้เกิดการแพ้หรือแพ้น้อยมาก เมื่อฉีดเข้าบริเวณที่ต้องการแก้ไขแล้วจะคงอยู่ได้ประมาณ 12-24 เดือน แล้วแต่ชนิดของฟิลเลอร์ จัดว่าเป็นฟิลเลอร์ที่มีความปลอดภัยสูง และสลายได้เองตามธรรมชาติ
  • ฟิลเลอร์แบบกึ่งถาวร (Semi-Permanent Filler) เช่น สาร PMMA (Polymethyl-methacrylate) สารโพลีอัลคิลลิไมด์ (Polyakylimide) เป็นต้น เป็นสารที่สังเคราะห์ขึ้น แต่มีความเข้ากันได้กับเนื้อเยื่อ ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้หรือแพ้น้อย จะมีอายุยาวกว่าการฉีดฟิลเลอร์แบบชั่วคราว อาจอยู่ได้นาน 2 ปี หรือ 2 ปีขึ้นไป ขึ้นกับชนิดของฟิลเลอร์ที่เลือกใช้ มีความปลอดภัยในระดับปานกลาง และสารที่ให้ผลยาวนานกว่ามีแนวโน้มจะเกิดผลข้างเคียงมากกว่า
  • ฟิลเลอร์แบบถาวร (Permanent Filler) เช่น ซิลิโคนเหลว หรือน้ำมันพาราฟิน เป็นต้น จะให้ผลลัพธ์แบบถาวรโดยไม่สามารถสลายออกเองได้ การฉีดสารประเภทนี้ระบุผลข้างเคียงในระยะยาวไม่ได้ อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่ร้ายแรง มีการอักเสบ หรือถึงขั้นทำให้บริเวณที่ฉีดเปลี่ยนรูปไป จึงไม่แนะนำให้ฉีดสารชนิดนี้

ในบางเคสที่แพทย์ฉีดฟิลเลอร์ผิดชั้นผิว ทำให้บริเวณนั้นดูบวม ดูห้อย ทำให้หลาย ๆ คนคิดว่าเกิดจากที่ฟิลเลอร์ไหล 

วิธีการเอาฟิลเลอร์ออก คือต้องขูดออก?

อย่างที่กล่าวข้างต้นว่าฟิลเลอร์มีทั้งหมด 3 ชนิด ถ้าคนไข้ฉีดฟิลเลอร์ที่เป็นชนิดชั่วคราว (Temporary Filler) แล้วไม่อยากรอให้ฟิลเลอ์สลายเองตามธรรมชาติก็สามารถฉีดสลายได้ค่ะ ซึ่งการฉีดสลายใช้เวลาเพียง 5-10 นาทีเท่านั้น แถมยังปลอดภัยไม่มีผลค้างเคียงอีกด้วย แต่ถ้าคนไข้ฉีดฟิลเลอร์แบบกึ่งถาวร (Semi-Permanent Filler) หรือแบบถาวร (Permanent Filler) การเอาฟิลเลอร์ออกมีเพียงวิธีการขูดออกเท่านั้น เจ็บตัวและอาจเสี่ยงเสียโฉมด้วยนะคะ

ฉีดฟิลเลอร์แล้วเป็นอันตรายถึงชีวิตจริงไหม?

ฟิลเลอร์ที่ฉีดแล้วเป็นอัตรายถึงขั้นพิการหรือเสียชีวิตเกิดจาก 2 สาเหตุหลักด้วยกัน คือ ปัญหาจากผลิตภัณฑ์ และปัญหาจากแพทย์ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญ 

ปัญหาจากผลิตภัณฑ์ส่วนมากเกิดจากการใช้ของที่ไม่มีคุณภาพ หรือการใช้ฟิลเลอร์ปลอม ซึ่งการดูว่าฟิลเลอร์ที่ใช้เป็นของจริงหรือของปลอมสามารถสังเกตง่าย ๆ ได้ดังนี้

  1. บนกล่องต้องมีฉลากชื่อผู้นำเข้าถูกต้องเป็นภาษาไทย ของจูวีเดิม (Juvéderm) จะพิมมากับกล่อง
  2. เจอฟิลเลอร์ราคา 3-6 พัน ให้คิดไว้ก่อนเลยว่าเป็นฟิลเลอร์ปลอม เพราะราคาทุนยังแพงกว่านี้เลยค่ะ
  3. ผลิตภัณฑ์จะมีล็อตนัมเบอร์ สามารถเช็คกับบริษัท Allergan ได้โดยตรง หรือสอบถามบริษัทเลยว่าคลินิคนั้น ๆ ใช้ของจริงรึเปล่า
  4. ชื่อเสียงของคลินิค และชื่อเสียงของแพทย์ 2 สิ่งนี้กว่าจะสร้างมาได้ไม่ใช่เวลาน้อย ๆ สถานที่ที่มีชื่อเสียงมักไม่เสี่ยงใช้ของปลอม
ปัญหาจากแพทย์ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญ

หลาย ๆ คนยังมีความเชื่อว่า ขึ้นชื่อว่าแพทย์ก็ต้องฉีดยาได้ทุกคน ซึ่งเป็นความจริงเพียงส่วนหนึ่งค่ะ เพราะการฉีดฟิลเลอร์นั้นจะต้องใช้ความเชี่ยวชาญมากกว่าการฉีดยาแบบทั่ว ๆ ไป แพทย์จะต้องรู้จักชั้นผิวแต่ละชั้นผิวที่ต้องฉีดเพื่อแก้ปัญหาแต่ละปัญหา รวมถึงบริเวณที่ “ห้าม” ฉีด ซึ่งบริเวณที่ห้ามฉีดเหล่านี้แหละค่ะ ที่จะทำให้เกิดปัญหาอย่างการตาบอด หรือเสียชีวิตได้เลย

การ ฉีดฟิลเลอร์ เป็นอีกทางเลือกที่จะทำให้เราดูเด็กลง เพราะต่อให้หน้ายกกระชับแต่วอลลุ่มบนหน้าหายไป เราก็ดูแก่อยู่ดี การฉีดฟิลเลอร์ไม่ได้อันตรายอย่างที่ “เขาบอก” ถ้าคุณเลือกสถานที่ที่ไว้ใจได้ ปลอดภัยและแพทย์ที่มีประสบการณ์การฉีดฟิลเลอร์ ไม่มัวแต่เปรียบเทียบราคาว่าที่ไหนถูกกว่ากัน ต่อให้ฟิลเลอร์ยี่ห้อเดียวกัน แต่แพทย์คนละคนฉีด ก็ได้ผลลัพธ์ที่ไม่เหมือนกันนะคะ

สามารถสอบถามรายละเอียดอื่น ๆ เพิ่มเติม ได้ทาง Line@ : @apexbeauty (มี @ นำหน้า)