วิธีลดพุงผู้ชาย ด้วย 3 ท่าออกกำลังกายง่าย ๆ

วิธีลดพุงผู้ชายสำหรับคุณผู้ชาย หลาย ๆ คนแล้ว การมีพุงอาจไม่ใช่เรื่องผิดปกติอะไร อีกทั้งยังคิดว่า เป็นเรื่องธรรมดาที่เมื่ออายุมากขึ้น ก็ต้องมีพุงเกิดขึ้นด้วย ทั้งที่จริง ๆ แล้วการมีพุงนั้นไม่ใช่เรื่องปกติที่หนุ่ม ๆ ควรละเลย เพราะนอกจากจะทำให้ดูบุคลิกภาพไม่ดีแล้ว ก็ยังทำให้ใส่เสื้อผ้าแล้วดูไม่สง่างามเหมือนเก่าค่ะ วันนี้เราเลยจะพาคุณหนุ่ม ๆ ไปทำความรู้จักกับ วิธีลดพุงผู้ชาย ง่าย ๆ ที่ทำตามได้ อีกทั้งยังมาบอกคุณหนุ่ม ๆ ถึงความอันตรายของพุงที่ยื่นอยู่ตรงหน้าท้องของคุณค่ะ !

ทั้งนี้พุงของคุณผู้ชายมักเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมการรับประทานอาหาร ความเครียด หรือแม้แต่ระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงจนส่งผลต่อการสะสมของไขมันในร่างกาย โดยไขมันที่อยู่บริเวณพุงนั้นไม่จำเป็นต้องเป็นไขมันที่อยู่ใต้ผิวหนังเท่านั้น แต่ยังมีไขมันในช่องท้อง (Visceral fat) ซึ่งเป็นไขมันที่อันตรายต่อสุขภาพของคุณผู้ชายในทุก ๆ ด้าน เพราะไขมันชนิดนี้สามารถเพิ่มความเสี่ยงโรคร้ายแรง อาทิ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน มะเร็งลำไส้ หรือแม้แต่ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ อีกด้วย ซึ่งโรคเหล่านี้ล้วนแต่ส่งผลอันตรายจนถึงแก่ชีวิตได้ หากไม่ดูแลให้ดีมากพอ ด้วยเหตุนี้คุณผู้ชายจึงไม่ควรละเลยเรื่องพุงของตัวเองเป็นอันขาด ควรหันกลับมาใส่ใจในเรื่องการลดไขมัน และลดรอบเอว เพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาวค่ะ ซึ่งเราก็มีวิธีการลดพุงผู้ชายด้วย 3 ท่าออกกำลังกายง่าย ๆ ที่ทำได้ที่บ้านมาฝากกันค่ะ

ท่าแพลงค์ (Plank)

เริ่มต้นกันที่ท่าออกกำลังกายแบบง่าย ๆ แต่ให้ผลลัพธ์ที่ดีมาก ๆ อย่างท่าแพลงค์ ซึ่งเป็นท่าออกกำลังกายที่จะช่วยเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อมัดใหญ่ ๆ ของร่างกาย รวมทั้งบริเวณหน้าท้อง ซึ่งการมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงนั้นสามารถช่วยเพิ่มการเผาผลาญของร่างกายได้ และทำให้ไขมันส่วนเกินค่อย ๆ ถูกดึงมาใช้มากขึ้น พุงจึงจะค่อย ๆ ลดลงค่ะ

วิธีฝึก

  1. นอนคว่ำลงบนเสื่อออกกำลังกาย หรือเบาะรอง
  2. ค่อย ๆ ยันตัวขึ้นมาจากพื้นด้วยปลายเท้า และข้อศอกทั้งสองข้าง
  3. ค้างอยู่ในท่านี้ประมาณ 2 นาที โดยที่หัวไหล่ สะโพก และหัวเข่าจะต้องอยู่ในระดับเดียวกัน เป็นเส้นตรง และต้องเกร็งกล้ามเนื้อบริเวณหน้าท้องด้วย
  4. ทำซ้ำ 3-5 ครั้ง

ท่าวิดพื้น (Push-up)

ท่านี้ถือเป็นท่าออกกำลังกายพื้นฐานที่ช่วยบริหารกล้ามเนื้อส่วนบนของร่างกาย อีกทั้งยังเป็นท่าออกกำลังกายที่ช่วยเผาผลาญพลังงานค่อนข้างมาก ดังนั้นจึงเหมาะกับคนที่ต้องการลดพุงเป็นอย่างยิ่งเลยล่ะค่ะ

วิธีฝึก

  1. ชันเข่าบนพื้นเรียบ วางเท้าให้ชิดติดกัน จากนั้นโน้มตัวไปด้านหน้าพร้อมใช้ฝ่ามือวางบนพื้น โดยความกว้างจะเท่าหัวไหล่และตรงกับฝ่ามือ นิ้วมือชี้ไปด้านหน้า หลังตรงขนานกับพื้น แล้วเกร็งหน้าท้อง
  2. ลดตัวลงจนหน้าอกและคางติดหรือห่างจากพื้นเล็กน้อย เกร็งกล้ามเนื้อท้องไม่ให้หย่อนลงไป ให้ร่างกายขนานกับพื้น
  3. ดันตัวขึ้นสุดแขน โดยหลังส่วนบน ส่วนล่าง ก้น และขาจะต้องเป็นแนวเดียวกัน
  4. ลดระดับตัวลง กลับสู่ท่าเริ่มต้น ทำซ้ำ 10 – 15 ครั้ง ทั้งหมด 3 เซต

ท่าปั่นจักรยานอากาศ (Bicycle crunches)

และท่าสุดท้ายที่เราหยิบมาแนะนำกันก็คือท่าปั่นจักรยานอากาศ ซึ่งท่านี้เป็นท่าที่สามารถทำได้ง่าย และส่งผลโดยตรงต่อกล้ามเนื้อหน้าท้อง ทั้งด้านหน้า และด้านข้างเลยล่ะค่ะ เหมาะกับคนที่อยากลดพุง และเสริมสร้างกล้ามเนื้อมัดใหญ่ ๆ บริเวณท้องไปในตัว 

วิธีฝึก

  1. นอนหงาย ขาสองข้างเหยียดตรง และใช้มือทั้งสองยกศีรษะเหนือจากพื้น และเกร็งค้างไว้
  2. ยกขางอเข่าขึ้นมาทีละข้าง และเหยียดกลับไป เหมือนกำลังปั่นจักรยานในอากาศ โดยขณะที่งอเข่าเข้าหาลำตัว ควรบิดตัวเล็กน้อยให้ข้อศอกกับหัวเข่าด้านตรงข้ามชนกัน 
  3. ทำสลับไปมาซ้าย – ขวา 10 – 15 ครั้ง ติดต่อกัน 3 เซต

วิธีลดพุงผู้ชาย นอกจากออกกำลังกายแล้ว ทำอย่างไรให้ได้ผล ?

นอกเหนือจากการออกกำลังกายด้วยท่าลดพุงข้างต้นแล้ว การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตก็เป็นอีกทางหนึ่งที่จะช่วยให้คุณหนุ่ม ๆ ลดพุงได้ โดยเฉพาะคุณหนุ่ม ๆ ที่มีพุงใหญ่ ๆ หรืออ้วนมาก ๆ การเริ่มต้นออกกำลังกายลดพุงแบบหักโหมจะส่งผลเสียกับสุขภาพมากกว่าการทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากคนที่อ้วนมาก ๆ มักไม่เหมาะกับการออกกำลังกายที่ต้องกระทบกระเทือนกับข้อต่อต่าง ๆ ของร่างกาย จึงต้องค่อย ๆ เริ่มจากการเปลี่ยนนิสัยบางอย่าง ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายเบา ๆ ก่อน จนกว่ากล้ามเนื้อจะเริ่มแข็งแรง จึงจะสามารถออกกำลังกายได้มากขึ้นค่ะ ดังนั้นเราจึงขอหยิบเอาอีกวิธีลดพุงผู้ชายมาฝากเพื่อให้คุณหนุ่ม ๆ ทำควบคู่ไป จะได้พุงยุบเร็วขึ้น มาฝากค่ะ

1. เคลื่อนไหวร่างกายให้บ่อยขึ้น

สำหรับคนที่เพิ่งจะเริ่มออกกำลังกาย การเคลื่อนไหวร่างกายให้มากขึ้น เช่น การลุกเดินระหว่างวัน ไม่นั่งแช่อยู่กับเก้าอี้ทำงานเป็นเวลานาน ๆ หรือการเปลี่ยนจากการขึ้นลิฟต์เป็นการขึ้นบันได รวมไปถึงการทำงานบ้าน ก็สามารถช่วยให้ร่างกายได้ขยับเขยื้อน และเพิ่มการเผาผลาญให้ร่างกายได้ด้วยเช่นกัน ไม่เพียงเท่านั้น การเคลื่อนไหวร่างกายมาก ๆ ยังช่วยลดปัญหาเรื่องอาการจากออฟฟิศซินโดรมได้อีกด้วยล่ะ เห็นไหมคะว่าผอมแล้วยังได้สุขภาพดีอีกด้วยนะคะ

2. หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ถือเป็นส่วนหนึ่งของการสังสรรค์ของหนุ่ม ๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งเครื่องดื่มชนิดนี้เป็นเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในปริมาณที่มาก และมีส่วนทำให้คุณผู้ชายลงพุงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นถ้าคุณคิดอยากจะลดพุงให้ได้ผล ก็ควรลด หรือเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ หรือถ้าเลิกไปได้เลยจะดีที่สุด เพราะเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์นั้นนอกจากจะมีแคลอรีสูง ยังไปทำให้ระบบย่อยอาหารลดลง และร่างกายไม่สามารถดูดซึมอาหารที่มีประโยชน์ไปใช้ได้ อีกทั้งยังส่งผลให้ฮอร์โมนเพศชายลดลง และในไปสู่ภาวะลงพุงในที่สุด ถ้าอยากลดพุง และเปลี่ยนสุขภาพให้ดีขึ้น ข้อนี้ห้ามมองข้ามเลยล่ะจะบอกให้ !

3. เลี่ยงน้ำหวาน เพิ่มน้ำเปล่า

แม้ว่าน้ำหวานจะช่วยให้คุณรู้สึกสดชื่นขึ้นระหว่างวันได้ แต่การดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของน้ำตาลก็เป็นสาเหตุทำให้การลดพุงของคุณไม่สัมฤทธิ์ผลค่ะ ดังนั้นถ้าคุณผู้ชายอยากลดพุงจริง ๆ แล้วล่ะก็ ทางที่ดีควรหันมาดื่มน้ำเปล่าให้มากขึ้น แล้วลดน้ำหวานจะดีกว่า เพราะน้ำเปล่านั้นสามารถช่วยให้รู้สึกสดชื่นได้ ในขณะเดียวกันก็สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบเผาผลาญ และช่วยให้หนักท้อง รับประทานอาหารได้น้อยลงอีกด้วย เรียกได้ว่ามีประโยชน์ในหลาย ๆ ด้าน โดยไม่ต้องพึ่งน้ำตาลให้อ้วนกันอีกต่อไปเลยล่ะคะ่

และนี้คืออีกเคล็ดลับดี ๆ ที่หยิบมาสำหรับหนุ่ม ๆ ที่ต้องการหาวิธีลดพุงผู้ชาย ขอบอกเลยว่าการที่คุณจะลดรอบเอวนั้นสิ่งที่คุณต้องเอาชนะให้ได้อย่างแรกคือ การเอาชนะใจตัวเอง ถ้าคุณหนุ่ม ๆ ทำได้ ไม่ว่าจะใช้วิธีไหนคุณหนุ่ม ๆ จะสามารถมีพุงที่ยุบลงได้อย่างแน่นอนเลยล่ะค่ะ

แต่ถ้าคุณหนุ่ม ๆ ยังเอาชนะใจตัวเองไม่ได้ แต่ก็ไม่อยากให้พุงใหญ่ ๆ ทำคุณเสี่ยงกับปัญหาสุขภาพร้ายแรงในระยะยาว คุณก็อาจต้องใช้ตัวช่วยดี ๆ ในการลดไขมันส่วนเกินที่รอบเอว ซึ่งในปัจจุบันก็มีหลากหลายวิธีให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นการฉีดสารเพื่อสลายไขมันส่วนเกิน หรือจะเป็นการผ่าตัดดูดไขมัน ซึ่งถือเป็นวิธีดั้งเดิมที่คนส่วนใหญ่รู้จัก รวมไปถึงการใช้พลังงานความร้อนในการสลายไขมัน หรือจะเป็นการสลายไขมันด้วยความเย็นอย่าง CoolSculpting ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในระดับโลกค่ะ

CoolSculpting คืออะไร ?

CoolSculpting คือเทคโนโลยีสลายไขมันส่วนเกินออกจากร่างกายด้วยความเย็น ด้วยการนำเอาเทคโนโลยีที่คิดค้นและพัฒนาโดยทีมแพทย์แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด มาใช้เพื่อลดสัดส่วน ซึ่งในการสลายไขมันด้วยความเย็น CoolSculpting จะมีการส่งความเย็นในระดับจุดเยือกแข็ง -11 ถึง -13 °C ลงไปใต้ชั้นผิวหนังเข้าสู่ชั้นไขมันโดยใช้ Applicator ที่ออกมาให้เหมาะกับบริเวณที่สามารถกำจัดไขมันส่วนเกินได้ โดยการได้รับความเย็นในระดับนี้ติดต่อกัน 35 -75 นาที ความเย็นที่ถูกส่งลงไปจะไปทำให้เซลล์ไขมันซึ่งเป็นเซลล์ที่ไวต่อความเย็นตายลง และทำให้ร่างกายเห็นซากของเซลล์ไขมันเหล่านี้เป็นของเสีย จากนั้นร่างกายจะค่อย ๆ ขับซากของเซลล์ไขมันออกจากร่างกาย ผ่านกลไกตามธรรมชาติ โดยที่คุณไม่ต้องดูดออก หรือไปทำอะไรกับมัน ดังนั้นไม่ว่าจะในระหว่างการทำ หรือหลังจากทำแล้ว ผู้เข้ารับบริการจะไม่มีอาการเจ็บปวด หรือบาดแผลให้กังวลใจ ไม่เพียงเท่านั้น เพราะในการสลายไขมันด้วยความเย็น CoolSculpting แล้ว คุณยังสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ ไม่ต้องพักฟื้น หรือใส่ยกกระชับให้รู้สึกอึดอัดอีกด้วยล่ะค่ะ คุณจึงสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ รับประทานอาหารได้ตามปกติ หรือออกกำลังกายตามที่คุณต้องการได้เลย

ส่วนในเรื่องของความปลอดภัย CoolSculpting เป็นเทคโนโลยีสลายไขมันเพียงเทคโนโลยีเดียวที่ได้รับการรับรองจาก US FDA (Food and Drug Administration) ซึ่งเป็นสถาบันระดับโลก อีกทั้ง ยังมีผลงานวิจัยที่พิสูจน์แล้วว่า CoolSculpting สามารถสลายไขมันในร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพและเห็นผลดีที่สุด เมื่อเทียบกับการกำจัดไขมันวิธีอื่น ๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน

CoolSculpting เห็นผลแค่ไหน ?

CoolSculpting เป็นเทคโนโลยีสลายไขมันที่ให้ผลความเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่การทำครั้งแรก โดยในการกระบวนการทำ CoolSculpting จะใช้เวลาในการทำประมาณ 35 – 75 นาที ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำ และ Applicator ที่ใช้ ซึ่งผลลัพธ์จากการทำในแต่ละครั้งจะสามารถทำให้เซลล์ไขมันบริเวณที่ทำนั้นตายลงได้ 20 – 30% ของไขมันส่วนเกินทั้งหมดในบริเวณนั้น ๆ แต่ผลลัพธ์ที่ออกมาขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล จากนั้นร่างกายจะค่อย ๆ ขับซากของเซลล์ไขมันออกมาจากร่างกาย ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 1 – 3 เดือน จึงจะเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนที่สุดค่ะ 

CoolSculpting อ้วนมาก ๆ ทำได้ไหม ?

สำหรับคนผู้ชายที่อ้วนมาก ๆ มีพุงใหญ่ และต้องการใช้ CoolSculpting เพื่อลดไขมันรอบเอวนั้น ต้องขอบอกเลยว่า CoolSculpting เป็นเทคโนโลยีที่สามารถสลายไขมันได้เพียงเพียงไขมันที่อยู่ชั้นนอก หรือไขมันใต้ชั้นผิวหนังเท่านั้น เนื่องจากความเย็นจะส่งเข้าไปได้เพียงบริเวณไขมันในชั้นดังกล่าว แต่คนที่อ้วน ๆ มาก และมีลักษณะพุงที่ค่อนข้างแข็ง อาจเกิดจากการที่มีไขมันสะสมภายในช่องท้อง หรือมีไขมันแทรกอยู่ตามอวัยวะ ซึ่งการทำ CoolSculpting อาจไม่ครอบคลุมนัก และอาจต้องใช้การออกกำลังกาย หรือเพิ่มการเผาผลาญพลังงานในการลดไขมัน อย่างไรก็ตาม หากคุณหนุ่ม ๆ ไม่แน่ใจว่าพุงของหนุ่ม ๆ นั้นมีเกิดจากไขมันแบบใด ก็สามารถเข้ารับคำปรึกษา และคำแนะนำได้จากผู้เชี่ยวชาญได้ เพื่อที่คุณหนุ่ม ๆ จะได้ไม่เสียเวลา หรือเสียเงินไปโดยไม่ได้ผลลัพธ์อย่างที่ต้องการค่ะ

ในการทำ CoolSculpting แม้ว่าเทคโนโลยีสลายไขมันชนิดนี้ให้ประสิทธิภาพดีที่สุดในบรรดาวิธีการลดสัดส่วนทุกวิธีที่เคยผ่านมา แต่ก็ต้องขอบอกเลยว่า ความเชี่ยวชาญของผู้ให้บริการก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะในการทำ CoolSculpting จะต้องทำกับผู้เชี่ยวชาญ ที่ผ่านการอบรมเรื่องการทำ CoolSculpting หรือที่เรารู้จักกันในชื่อของ CoolSculpting Speicalist มาเป็นอย่างดีก่อน เนื่องจากผู้ที่ผ่านการอบรมมาแล้ว จะรู้วิธีการประเมินรูปร่าง และออกแบบรูปร่างได้อย่างแม่นยำ ทำให้คุณสามารถมีส่วนโค้งเว้า และรูปร่างที่ดูดีได้ แต่ถ้าหากทำกับผู้ที่ไม่เชี่ยวชาญ หรือเจอเทคโนโลยีที่เลียนแบบแล้วล่ะก็ สิ่งที่ตามมาก็คือ รูปร่างอาจเกิดการแหว่ง หรือไม่สวยงามตามสรีระของร่างกาย ร้ายไปกว่านั้นคือผลลัพธ์ที่ออกมาอาจไม่ได้ผล หรือเกิดอาการเบิร์นเย็นที่เป็นอันตรายได้ค่ะ

และถ้าหากวันนี้คุณกำลังมองหาสถาบันความงามที่ให้บริการ CoolSculpting ซึ่งสามารถช่วยสลายไขมันด้วยความเย็นให้คุณได้อย่างเป็นมืออาชีพ ก็ต้องที่ APEX เพราะเรามีเป็นตัวจริงที่หนึ่งในเอเชีย ในเรื่องของการทำ CoolSculpting ด้วยการเคสการทำที่ประสบความสำเร็จ และได้รับความพึงพอใจมากที่สุด อีกทั้งยังมีการส่งทีม CoolSculpting Specialist ที่ผ่านการอบรมมาแล้ว กลับไปทบทวนความรู้ และฝึกฝนเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถให้บริการลูกค้าได้ดีได้ที่สุด ตรงตามความพึงพอใจ และความคาดหวังของลูกค้าทุกท่านค่ะ

 

ปรึกษา และสอบถามเพิ่มเติม โทร. 063-310-8000
FB inbox : click http://m.me/apexprofoundbeauty
Line : http://line.me/ti/p/@apexcallcenter