เคล็ดลับคืนหุ่นสวยให้คุณแม่ ลดพุงหลังคลอด ฉบับ อัปเดต

ในช่วงกำลังตั้งครรภ์ เป็นธรรมดาที่คุณแม่ต้องบำรุงร่างกายเพื่อให้ทั้งลูกน้อยและตัวเองแข็งแรง ฉะนั้นรูปร่างและน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นหลายกิโลจึงเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ พอหลังคลอดก็ยังมีสารพัดสารพันปัญหา ซึ่งเรื่องของรูปร่างและน้ำหนักที่ลดแสนยากเย็นคือหนึ่งในความกังวลใจอันดับต้น ๆ โดยเฉพาะพุงย้วย ๆ หลังคลอด ที่คงทำหลายคนหนักอกหนักใจ และขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง ดังนั้นในบทความนี้ เราจึงรวบรวมเคล็ดลับดี ๆ เพื่อคืนหุ่นสวยพร้อม ลดพุงหลังคลอด อย่างเห็นผล และปลอดภัยมาฝากบรรดาคุณแม่กันค่ะ

ลดพุงหลังคลอด

ปัญหาหน้าท้องของคุณแม่มือใหม่

ร่างกายของคุณแม่หลังคลอดมักต้องพบเจอกับความเปลี่ยนแปลงมากมาย ไม่ว่าจะสาเหตุจากฮอร์โมน เช่น ผมร่วง เต้านมขยายและคัดเต้านม เนื่องจากกลไกกระตุ้นและสร้างน้ำนมไว้ให้ลูกดื่ม หรืออาการท้องผูก อันเกิดได้จากทั้งความเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและกล้ามเนื้อท้องที่ยังไม่เข้าที่ ปัญหาส่วนใหญ่ที่ทำให้คุณแม่มือใหม่มักหนักอกหนักใจเป็นพิเศษ คือน้ำหนักและรูปร่างที่ลดลงได้ยาก รวมถึงหน้าท้องย้วย ๆ หรือห้อยย้อย ซึ่งมีสาเหตุจากภาวะกล้ามเนื้อหน้าท้องแยก

กล้ามเนื้อหน้าท้องแยก (Diastasis Recti) เกิดจากกล้ามเนื้อหน้าท้อง (Rectus Abdominis) หรือที่เราคุ้นเคยกันในชื่อ “ซิกซ์แพ็ก” อ่อนแอลง โดยกล้ามเนื้อหน้าท้องทั้งสองซีกที่เชื่อมต่อกันจะแยกออกจากกัน เพราะการขยายตัวในช่วงตั้งครรภ์ ส่งผลให้เกิดช่องหว่างระหว่างกล้ามเนื้อหน้าท้องฝั่งซ้ายและขวา โดยผลกระทบจากกล้ามเนื้อหน้าท้องแยก สามารถทำให้คุณแม่ประสบอาการต่าง ๆ เหล่านี้ได้ เช่น ปัสสาวะเล็ด ท้องผูก เคลื่อนไหวร่างกายได้ช้าลง หายใจลำบาก รวมถึงอาจมีโอกาสเกิดไส้เลื่อน เป็นต้น

วิธีลดพุงหลังคลอดอย่างปลอดภัย

คุณแม่สามารถเริ่มเคลื่อนไหวร่างกายและออกกำลังกายเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้ตั้งแต่ 2 – 3 วันหลังคลอดค่ะ โดยอาจใช้เวลาประมาณวันละ 15 – 30 นาที แต่ห้ามออกกำลังกายแบบหักโหมเด็ดขาด เนื่องจากร่างกายยังต้องฟื้นตัว ทางที่ดีควรเป็นลักษณะเบา ๆ อย่างการเดินเล่น เดินแกว่งแขนสบาย ๆ หรือเล่นโยคะ ระหว่างนั้นหากรู้สึกไม่สบายตัวก็ควรหยุดพักทันทีค่ะ

ในส่วนของการลดพุงหลังคลอด ปกติพุงจะเริ่มยุบหลังผ่านไป 1 – 2 เดือน หรือในคุณแม่บางรายอาจ 6 เดือนขึ้นไป ดังนั้นจึงควรรอให้พุงเริ่มยุบตามธรรมชาติก่อนสัก 2 เดือน แล้วค่อยเริ่มเน้นลดพุงหลังคลอดจะเหมาะสมกว่า โดยการลดพุงหลังคลอดอย่างปลอดภัย มีมากมายหลากหลายวิธีที่สามารถค่อย ๆ ทำได้ อย่างการหมั่นให้ลูกกินนมแม่ หรือการอยู่ไฟหลังคลอดก็เป็นประโยชน์ต่อระบบเผาผลาญและการฟื้นฟู ช่วยให้หน้าท้องยุบไวขึ้นเช่นกัน

การกินอาหารที่มีประโยชน์และดีต่อร่างกาย รวมไปถึงการดื่มน้ำเยอะ ๆ เองก็เป็นสิ่งสำคัญที่มองข้ามไม่ได้ค่ะ ต่อมาคือการออกกำลังกาย ทางที่ดีคุณแม่ยังไม่ควรเน้นท่าเฉพาะสำหรับหน้าท้อง เพราะอาจกลายเป็นการสร้างพังผืด ทำให้ภาวะหน้าท้องแยกไม่กลับคืนเป็นปกติ ส่งผลให้มีหน้าท้องแบบถาวรหรือย้วย และไม่กระชับยิ่งกว่าเก่า ดังนั้นจึงควรเน้นออกกำลังกายแบบที่ได้ใช้กล้ามเนื้อและอวัยวะครบทุกส่วนในลักษณะที่ไม่หักโหมจนเกินไป หรือจะเป็นการลองฝึกแขม่วหน้าท้อง ซึ่งไม่ต้องใช้แรงมากและทำได้ง่าย โดยจะช่วยให้กล้ามเนื้อหน้าท้องค่อย ๆ กลับมาแข็งแรง กระชับ แถมช่วยส่งเสริมระบบขับถ่ายอีกด้วยค่ะ

นอกเหนือจากวิธีธรรมชาติแล้ว คุณแม่ที่อยากเร่งผลลัพธ์ให้เร็วขึ้น หรือมีปัญหาหน้าท้องย้วยค่อนข้างรุนแรงก็สามารถใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยลดพุงหลังคลอดได้เช่นกันค่ะ หากมีทั้งไขมันปริมาณมากและพุง การดูดไขมันเป็นอีกวิธีที่ช่วยได้ แม้ปัจจุบันจะมีการพัฒนาเทคนิคหลากหลายเพื่อลดความเสี่ยงจากการดูดไขมันลง แต่ก็ยังต้องเจ็บตัวจากการผ่าตัดเล็ก ๆ อยู่ ส่วนหัตถการที่ไม่ก่อให้เกิดบาดแผลและไม่ต้องพักฟื้นหลังทำก็มีตัวเลือกหลายแบบ ซึ่งจะเน้นไปที่การยกกระชับและสลายไขมันได้ในระดับหนึ่ง หรือเน้นไปที่การกำจัดไขมันส่วนเกินออกจากร่างกายอย่างถาวร แบบไม่เจ็บตัว และไร้บาดแผลด้วยเทคโนโลยี CoolSculpting ซึ่งสามารถสลายไขมันแบบเฉพาะส่วน โดยเฉพาะพุงหลังคลอดอย่างได้ผลทีเดียวค่ะ

ลดพุงหลังคลอด คืนหุ่นสวยด้วย CoolSculpting

CoolSculpting เป็นเทคโนโลยีสำหรับกำจัดไขมันและกระชับสัดส่วนด้วยความเย็น โดยอาศัยกระบวนการ Cryolipolysis เพื่อดึงความร้อนออกจากเนื้อเยื่อ แล้วแทนที่ด้วยความเย็น โดยเครื่อง CoolSculpting จะปล่อยความเย็น -11 ถึง -13 องศาเซลเซียส ผ่านหัวอุปกรณ์เข้าไปแช่แข็งเซลล์ไขมันใต้ชั้นผิวให้กลายเป็นผลึก โดยเซลล์ไขมันที่ตายลงจะถูกกำจัดทิ้งผ่านกลไกขับของเสียของร่างกายอย่างถาวร ทำให้บริเวณนั้นไม่กลับมาอ้วนง่ายดังเดิม อย่างไรก็ดี CoolSculpting เน้นใช้เพื่อช่วยกระชับและปรับสัดส่วนจากการกำจัดไขมันส่วนเกินใต้ชั้นผิวเท่านั้น จึงไม่ใช่เครื่องมือเพื่อการลดน้ำหนัก และไม่สามารถกำจัดเซลล์ไขมันที่เกาะอยู่ตามอวัยวะภายในหรือใต้ชั้นกล้ามเนื้อได้

ทว่าเหมาะอย่างยิ่งสำหรับลดพุงหลังคลอด เพราะไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ ไม่ต้องหักโหมออกกำลังกาย หรือคร่ำเคร่งกับการควบคุมอาหาร แต่สามารถกำจัดเซลล์ไขมันส่วนเกินออกจากหน้าท้องได้สบาย ๆ โดยเครื่อง CoolSculpting ได้รับการรับรองในเรื่องความปลอดภัยรวมถึงประสิทธิภาพจาก FDA ด้วยค่ะ

ทั้งนี้การทำ CoolSculpting ใช้เวลาไม่นาน เพียง 35 นาที – 1 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่ทำ ซึ่งการรักษาแต่ละครั้งจะกำจัดเซลล์ไขมันได้ 25 – 30% และสามารถกลับมาทำซ้ำได้เรื่อย ๆ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้น โดยเว้นระยะห่างอย่างน้อย 1 เดือน แถมไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้นใด ๆ จึงสะดวกอย่างยิ่งสำหรับคุณแม่ที่ต้องรีบกลับบ้านไปดูแลลูกน้อยต่อค่ะ

โดยผลลัพธ์ความเปลี่ยนแปลงเป็นหน้าท้องที่ดูเล็กลง และกระชับขึ้นจะเริ่มแสดงในสัปดาห์ที่ 4 หลังทำ และเห็นผลชัดเจนเต็มที่ในเดือนที่ 3 สำหรับคุณแม่ที่กังวลว่าการทำ CoolSculpting จะเจ็บไหม หายห่วงได้เลยค่ะ ในช่วง 5 – 10 นาทีแรกหลังติดหัวอุปกรณ์เข้ากับผิวหนังและเริ่มปล่อยความเย็น จะรู้สึกถึงความเย็นจัด และตึง ๆ เหมือนถูกบีบรัดบริเวณหน้าท้องเท่านั้น จากนั้นความเย็นจะทำให้รู้สึกชาไปจนรักษาเสร็จสิ้น ทว่าขณะที่ Specialist ช่วยนวดเพื่อให้เซลล์ไขมันแตกตัวอาจรู้สึกเจ็บบ้างค่ะ

CoolSculpting Elite เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ปลอดภัยกว่า ดีกว่า

เทคโนโลยีการสลายไขมันด้วยความเย็นไม่เคยหยุดยั้ง และได้รับการพัฒนาต่อยอดอยู่เสมอ ปัจจุบันจึงมีเครื่อง CoolSculpting Elite ที่ดีกว่าเครื่องรุ่นเดิม หัวอุปกรณ์อัปเกรดให้มีความหลากหลายยิ่งขึ้น สามารถกำหนดเป้าหมายไปยังพื้นที่ต่าง ๆ และเหมาะกับส่วนโค้งเว้าของร่างกายได้ดีขึ้น ทั้งยังแนบสนิทกับผิวได้มากถึง 96% จึงกระจายความเย็นได้มีประสิทธิภาพกว่าเดิม อีกทั้งในเครื่องรุ่นใหม่มีหัวอุปกรณ์ถึง 2 หัว พร้อมตัวทำความเย็นแยกอิสระออกจากกัน ผู้เข้ารับบริการจึงสามารถสลายไขมันได้พร้อมกันมากกว่า 1 จุด ช่วยให้ประหยัดเวลามากยิ่งขึ้นค่ะ

รูปร่างและหน้าท้องนับเป็นปัญหาอันดับต้น ๆ ที่ทำให้คุณแม่หลังคลอดกังวลใจมากที่สุด ยิ่งปล่อยไว้นานก็อาจยิ่งแก้ไขได้ยาก หากคุณแม่คนไหนต้องการลดพุงหลังคลอดอย่างปลอดภัย ไม่เจ็บตัว และเห็นผลลัพธ์จริงโดยใช้เวลาไม่นาน ลองให้นวัตกรรม CoolSculpting Elite ที่ APEX เป็นผู้ช่วยสิคะ ด้วยการทำแต่ละครั้งไม่เกิน 1 ชั่วโมง แถมไม่ต้องพักฟื้นหลังทำ

และที่ APEX เรามี Specialist ผู้เชี่ยวชาญด้านการทำ CoolSculpting คอยให้คำปรึกษาทุกขั้นตอน ซึ่งสามารถช่วยประเมิน รวมถึงออกแบบการรักษา เพื่อมอบรูปร่างฟิตเฟิร์มอย่างที่ปรารถนาได้โดยไม่ต้องเหนื่อย หากคุณแม่คนไหนสนใจ ติดต่อหาเราที่ APEX ได้เลยค่ะ

 

ปรึกษาการสลายไขมันด้วยความเย็น Coolsculpting
APEX SLIM : การดูแลรูปร่างและสัดส่วน
Line : @apexcallcenter