ลดพุงล่าง บอกลาไขมันย้วยได้ง่าย ๆ แค่ลดหวาน !

ลดพุงล่าง
เรื่องของ พุง หรือไขมันบริเวณหน้าท้อง หากใครไม่มีก็คงไม่เข้าใจว่า นอกจากจะใส่เสื้อผ้าตัวไหนก็ดูไม่ค่อยดีแล้ว ก็ยังทำให้สูญเสียมั่นใจ และบุคลิกภาพที่ดีได้ โดยเฉพาะพุงช่วงล่างที่เหมือนจะกำจัดออกไปจากร่างกายได้ยากมากที่สุด เพราะนอกจากจะเป็นไขมันดื้อแล้ว ยังเป็นบริเวณที่ไขมันไปสะสมมากที่สุด ทำให้ต้องใช้เวลานานในการกำจัดไขมันส่วนนี้ และด้วยเหตุนี้จึงทำให้หลาย ๆ คนยอมแพ้กับการ ลดพุงล่าง ไปในที่สุด แต่ ! ใครที่กำลังประสบกับปัญหานี้อยู่ล่ะก็ อย่างเพิ่งท้อค่ะ เพราะพุงส่วนล่างนั้นสามารถลดได้ด้วยการลดการรับประทานหวานค่ะ แต่จะลดหวานอย่างไรให้เห็นผล เรามีเคล็ดลับดี ๆ มาฝากค่ะ

พุง คืออะไร ?

พุง คือ ไขมันส่วนเกินที่สะสมอยู่ใต้ผิวหนังบริเวณหน้าต่อเนื่องเป็นเวลานานจนทำให้รอบเอวใหญ่ขึ้น และหน้าท้องยื่นออกมา ซึ่งส่วนใหญ่ไขมันที่อยู่บริเวณนี้จะเป็นไขมันดื้อที่ลดได้ยาก หรือไม่สามารถลดด้วยการออกกำลังกายเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้ไขมันที่สะสมอยู่ในบริเวณหน้าท้องมักเกิดขึ้นจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต และการเลือกรับประทานอาหาร เป็นหลัก โดยพุงนั้น แบ่งออกเป็น 5 ประเภท ได้แก่

  • พุงยางอะไหล่ (Spare Tyre Tummy) คือพุงที่มีลักษณะเป็นชั้น เกิดขึ้นจากการรับประทานน้ำตาล และของหวาน และการไม่ออกกำลังกาย
  • พุงเครียด (Stress Tummy)ถ้า คือพุงที่มีลักษณะแข็งตั้งแต่บริเวณกระบังลมไปจนถึงสะดือ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากความเครียดสะสม โดยมักพบว่าคนที่มีพุงประเภทนี้มักมีระบบการทำงานของร่างกาย โดยเฉพาะระบบทางเดินอาหารที่แปรปรวน
  • พุงหมาน้อย (The Little Pooch) เป็นประเภทของพุงที่มักพบได้ในคนที่มีรูปร่างผอม โดยพุงประเภทนี้จะมีลักษณะป่องที่ช่วงล่างของพุง ซึ่งเกิดจากการรับประทานอาหารแบบเดิมซ้ำ ๆ หรือมักเกิดจากการออกกำลังกายผิดวิธีอีกด้วย
  • พุงคุณแม่ (Mummy Tummy) เป็นพุงที่มักพบได้ในคุณแม่หลังคลอด เนื่องจากมดลูกยังไม่เข้าที่จึงอาจทำให้คุณแม่ยังดูมีพุงอยู่ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วหากไม่ใช่คนที่อ้วนมาก ๆ ก็อาจใช้เวลาประมาณ 6 สัปดาห์ พุงก็จะค่อย ๆ ยุบลงค่ะ แต่ก็ต้องออกกำลังกายอย่างถูกวิธีควบคู่ด้วยถึงจะเห็นผลค่ะ
  • พุงป่อง (Bloated Tummy) คือพุงที่มักจะบวมอืดขึ้นในช่วงเย็น เนื่องจากการรับประทานอาหารที่มีแป้ง และส่วนผสมของนม จนทำให้เกิดลมในกระเพาะอาหาร และกลายเป็นอาการท้องอืดในที่สุด โดยพุงชนิดนี้มักจะหายไปหากอาการท้องอืดลดลงค่ะ

ทั้งนี้หากเปรียบเทียบว่าระหว่างพุงทั้ง 5 ประเภทใดลดยากมากที่สุด ก็ต้องขอบอกว่า พุงยางอะไหล่นั้นลดได้ยากมากที่สุด เนื่องจากเป็นพุงที่เกิดจากการรับประทานของหวานมาก ๆ และการไม่ออกกกำลังกาย ซึ่งโดยทั่วไปแล้วไขมันที่สะสมบริเวณหน้าท้องนั้นก็ลดได้ยากอยู่แล้ว ยิ่งเมื่อรับประทานของหวานเข้าไปมาก ๆ ก็จะยิ่งทำให้เกิดไขมันไปสะสมที่บริเวณหน้าท้อง โดยเฉพาะพุงส่วนล่างได้ง่าย เนื่องจากพุงส่วนล่างจะสามารถสะสมไขมันได้ง่าย และสามารถยืดขยายเพื่อสะสมไขมันไว้ได้มากกว่าส่วนอื่น จึงเป็นสาเหตุให้คนที่ชอบรับประทานของหวานมีพุงล่างที่ใหญ่ได้ง่ายกว่าคนทั่วไปค่ะ 

ลดพุงล่าง ทำได้ แค่ลดหวาน

ได้รู้จักกับประเภทของพุงกันไปแล้ว คราวนี้ก็มาถึงวิธีการลดพุงค่ะ โดยการลดพุงล่างนั้นจะต้องอาศัยหลาย ๆ วิธีร่วมกันค่ะ โดยสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารค่ะ เพราะอาหารคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดพุงได้ ซึ่งอาหารที่ควรลด ละ เลิก ก็คืออาหารที่มีน้ำตาลสูงค่ะ เพราะการที่เรารับประทานอาหารที่มีน้ำตาลมากเกินความต้องการของร่างกาย น้ำตาลในส่วนที่ไม่ได้ใช้จะถูกแปรสภาพเป็นไขมันและไปสะสมที่บริเวณหน้าท้องได้ ดังนั้นจึงควรเลี่ยงการรับประทานของหวาน หรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง ๆ จะดีที่สุด

ระวัง ! เลิกติดหวาน อย่างเดียวอาจไม่พอ 

แม้ว่าการลดการรับประทานของหวาน หรือน้ำตาล จะช่วยในเรื่องของการลดพุงล่าง และหยุดการสะสมของไขมันส่วนเกินที่บริเวณหน้าท้องส่วนล่าง แต่ก็ต้องขอบอกว่านั่นอาจไม่เพียงพอ เพราะหากคุณยังรับประทานอาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลสูงอยู่ การลดพุงล่างอาจไม่เป็นไปอย่างที่คุณคาดหวังได้ค่ะ 

ค่าดัชนีน้ำตาล คืออะไร ?

ค่าดัชนีน้ำตาล หรือ Glycemic Index (GI) คือค่าบ่งชี้ระดับน้ำตาลในเลือดหลังรับประทานอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต ซึ่งการรับประทานอาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลสูงนั้นส่งผลโดยตรงต่อการลดพุงอย่างมาก เนื่องจากอาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลสูงจะมีปริมาณคาร์โบไฮเดรต หรือน้ำตาลค่อนข้างสูง เมื่อร่างกายย่อยอาหารเหล่านี้แล้วก็จะย่อยคาร์โบไฮเดรต และน้ำตาลลงเป็นน้ำตาลกลูโคส ซึ่งเป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวเหมือนกัน และถ้าหากมีกลูโคสอยู่ในร่างกายมากเกินไป ร่างกายก็จะเปลี่ยนกลูโคสให้กลายเป็นไขมันไปสะสมบริเวณส่วนต่าง ๆ ของร่างกายนั่นเองค่ะ 

ดังนั้นถ้าหากต้องการลดพุงล่างให้ได้ผล นอกจากเลิกติดหวานแล้ว ก็ควรจะเลือกรับประทานอาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำด้วย หากทำควบคู่กันไปก็จะช่วยให้ร่างกายดึงไขมันสะสมมาใช้เผาผลาญเป็นพลังงานได้มากขึ้น และทำให้พุงย้วย ๆ ลดลงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ถ้าอยากให้เห็นผลได้ชัดเจนยิ่งขึ้นก็อาจต้องออกกำลังกายให้ถูกวิธีร่วมด้วย เพื่อที่จะได้มีรูปร่างที่สวยงามมากขึ้นอย่างที่ตั้งใจไว้

อย่างไรก็ตามการลดพุงนั้น ถ้าอยาเริ่มทำด้วยตัวเองก็ต้องอาศัยความมีวินัยในตัวเองด้วย เพราะไขมันส่วนเกินที่สะสมบริเวณหน้าท้องไม่สามารถลดได้ง่าย ๆ ต้องออกกำลังกาย และควบคุมอาหารเป็นอย่างดี อีกทั้งยังต้องใช้เวลาค่อนข้างนานถึงจะเห็นผลได้อย่างชัดเจนค่ะ

แต่ถ้าหากคุณเป็นคนหนึ่งที่ไม่มีเวลาออกกำลังกาย หรือรู้ตัวดีว่าตัวเองไม่สามารถมีวินัยในเรื่องการลดไขมันได้ การใช้ตัวช่วยที่ดีและมีประสิทธิภาพก็เป็นทางเลือกที่ดี และในปัจจุบันก็มีหลายวิธีให้เลือก โดยเฉพาะการนำเอาเทคโนโลยีมาใช้ในการลดไขมัน ก็มีให้เลือกอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีลดสัดส่วนด้วยคลื่นพลังงานเลเซอร์ พลังงานความร้อน หรือจะเป็นการนำเอาความเย็นมาสลายไขมัน ซึ่งจะเลือกแบบใดก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละคน เนื่องจากแต่ละวิธีก็มีกระบวนการทำที่ต่างกัน อีกทั้งยังให้ผลลัพธ์ที่ไม่เหมือนกันอีกด้วย ดังนั้นจึงควรศึกษาข้อมูลให้ดี หากคุณคิดจะทำทรีตเมนต์เพื่อลดไขมันค่ะ

CoolSculpting เป็นเทคโนโลยีการสลายไขมันด้วยความเย็น ซึ่งเป็นอีกวิธีในการลดสัดส่วนที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน ด้วยการเป็นทรีตเมนต์ที่ให้ผลลัพธ์น่าพึงพอใจ ปลอดภัย อีกทั้งยังใช้เวลาในการทำไม่นาน และไม่ต้องพักฟื้น จึงทำให้คนส่วนใหญ่ที่ต้องการลดไขมันเฉพาะส่วนเลือกวิธีนี้เป็นตัวช่วยเพื่อให้มีหุ่นสวยเร็วขึ้นทันใจกว่าเดิม

CoolSculpting เป็นเทคโนโลยีสลายไขมันความเย็นที่ได้รับการพัฒนามาจากงานวิจัยโดยทีมนักวิทยาศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ที่สังเกตเห็นว่าเด็กที่ดูดไอติมแท่งบ่อย ๆ บริเวณแก้มจะมีไขมันที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด และเมื่อได้ทำการศึกษาเพิ่มเติม จึงทำให้สรุปได้ว่าความเย็นสามารถกำจัดเซลล์ไขมันออกจากร่างกายได้ จากนั้นจึงได้มีการนำผลงานวิจัยมาต่อยอดพัฒนาจนเป็นต้นกำเนิดของ CoolSculpting เทคโนโลยีใหม่ที่สามารถกำจัดไขมันส่วนเกินด้วยความเย็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเห็นความเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจน อีกทั้งยังมีความปลอดภัยสูง โดยได้รับการรับรองจากสถาบันระดับโลกว่าสามารถกำจัดไขมันส่วนเกินบริเวณที่ทำได้จริง ไม่ว่าจะเป็นบริเวณไหน หากสามารถติดอุปกรณ์ของเครื่อง CoolSculpting ได้ก็สามารถกำจัดไขมันส่วนเกินออกได้อย่างแน่นอน

ทั้งนี้ในการทำ CoolSculpting แต่ละครั้งจะใช้เวลาในการทำเพียง 35 – 75 นาที ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำ และ Applicator ที่ใช้ โดยประสิทธิภาพในการกำจัดไขมันในการทำแต่ละครั้ง จะสามารถสลายไขมันได้ 20 – 30% จากไขมันทั้งหมดในบริเวณนั้น ๆ ขึ้นอยู่กับร่างกายของผู้เข้ารับบริการ และสามารถเห็นรูปร่างที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจนหลังจากทำแล้ว 1 – 3 เดือน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายสามารถปรับตัวได้ ผลที่ตามมานอกจากลดไขมันได้แล้วก็คือ ผิวหนังจะไม่ย้วยหรือเป็นคลื่นดูไม่สวยงามเหมือนกับการผ่าตัดดูดไขมันอย่างแน่นอนค่ะ

แต่ถึงแม้ว่าการสลายไขมันด้วยความเย็น CoolSculpting จะเป็นทางเลือกที่ดี แต่ก็ต้องระมัดระวังด้วยเช่นกัน เพราะเแม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นเทคโนโลยีสลายไขมันด้วยความเย็น แต่ก็ใช่ว่าทุกเครื่องจะเหมือนกัน เนื่องจากในปัจจุบันมีชื่อเรียกของเทคโนโลยีดังกล่าวที่ค่อนข้างหลากหลาย จึงอาจทำให้สับสนได้ว่าเป็น CoolSculpting หรือไม่ ถ้าหากไม่ใช่ CoolSculpting แล้วล่ะก็ คุณอาจเสี่ยงกับผลข้างเคียงอันไม่พึงประสงค์ อย่างเช่น อาการเบิร์นเย็น หรือเกิดปัญหาผิวหนังเปลี่ยนสีได้ ซึ่งเป็นอันตรายกับผิวบริเวณที่ทำโดยตรง และอาจทำให้กลายเป็นแผลเป็นติดตัวคุณไปตลอดชีวิตได้ ไม่เพียงเท่านั้นหากเครื่องที่ทำไม่ใช่เครื่องแท้ หรือเป็นเครื่องที่เลียนแบบมา ก็อาจทำให้ผลลัพธ์ไม่เป็นไปอย่างที่หวังได้อีกด้วยล่ะค่ะ เพราะฉะนั้นหากคิดจะกำจัดไขมันด้วยความเย็นให้เห็นผลต้องสังเกตชื่อของ CoolSculpting ถ้าไม่ใช่ชื่อนี้ล่ะก็ บอกได้เลยว่าอย่าทำเด็ดขาด เพราะถึงแม้จะราคาถูกกว่าแต่ความเสี่ยงที่อาจได้รับนั้นไม่คุ้มเสียเลยล่ะค่ะ

 

ดังนั้นถ้าอยากให้มั่นใจว่าการกำจัดไขมันด้วยความเย็นที่ทำคือ CoolSculpting ของแท้แน่นอน ก็ควรศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับคลินิกความงามที่ให้บริการ CoolSculpting ให้ดีก่อนตัดสินใจ หรือถ้าไม่อยากเสียเวลาก็ต้องที่ APEX เลยค่ะ เพราะที่นี่เรามีเครื่อง CoolSculpting ของแท้ และผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการอบรมจนเป็น CoolSculpting Specialist ที่พร้อมให้คำแนะนำและให้บริการในการทำ CoolSculpting อย่างมืออาชีพ บอกลาปัญหาเรื่องพุง ด้วยการสลายไขมันนส่วนเกินเฉพาะส่วนที่ทำตรงไหนก็ลดได้ตรงนั้นอย่าง CoolSculpting กันดีกว่าค่ะรับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน

 

ปรึกษา และสอบถามเพิ่มเติม โทร. 063-310-8000
FB inbox : click http://m.me/apexprofoundbeauty
Line : http://line.me/ti/p/@apexcallcenter