ไขข้อสงสัยการฉีด ฟิลเลอร์ โดยคุณหมออาร์ม-นพ.ภาวิต หน่อไชย: จริงหรือ? ที่ฉีดฟิลเลอร์จมูกแล้วทำให้ตาบอด

Q&A By คุณหมออาร์ม ฉีดฟิลเลอร์จมูก แล้วตาบอดได้จริงหรือ??

หนึ่งในความกังวลใจเกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์ คือ ความปลอดภัย ซึ่งคำถามที่คนส่วนใหญ่มักถามคือ ฉีดฟิลเลอร์แล้วตาบอดจริงไหม? ปลอดภัยแค่ไหน? แล้วฉีดฟิลเลอร์ทำให้ตาบอดได้จริงหรือเปล่า? มาอ่านกันให้เคลียร์กับบทความของคุณหมออาร์ม-นายแพทย์ภาวิต หน่อไชย ในหัวข้อ จริงหรือ? ที่ฉีดฟิลเลอร์จมูก แล้วทำให้ตาบอด

ฟิลเลอร์ จมูก แล้วตาบอด หมออาร์ม สี่เหลี่ยม

ฟิลเลอร์ (Filler)

ฟิลเลอร์ แปลตรงตัวว่าสารเติมเต็มเพื่อเติมเต็มในส่วนที่บกพร่อง เช่น รอบดวงตา ร่องแก้ม จมูก หน้าผาก คาง ขมับ อีกทั้งยังสามารถช่วยยกกระชับปรับรูปหน้า เสริมแนวกระดูกแก้ม ร่องแก้ม แนวกราม ได้อีกด้วย

สารที่ได้รับความนิยมคือ Hyaluronic acid ได้รับอนุญาตจาก อย. (FDA) ทั้งไทยและต่างประเทศจัดเป็นฟิลเลอร์แบบชั่วคราว (Temporary filler) สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ มีความปลอดภัยสูง อีกทั้งอยู่ได้นานประมาณ 12-18 เดือน ขึ้นกับชนิดและหากไม่พึงพอใจหรือมีปัญหา สามารถฉีดยาเพื่อสลายออกได้ ดังนั้นฟิลเลอร์ชนิดนี้จึงมีราคาที่สูงกว่าชนิดที่สลายไม่ได้ เป็นนิยมในวงการแพทย์ปัจจุบันและควรใช้เพราะมีความปลอดภัยมากที่สุด

นอกจากฟิลเลอร์จะทำให้หน้าดูอ่อนเยาว์แล้ว ทุกท่านอาจเคยรับรู้จากสื่อต่างๆ ว่า การฉีดฟิลเลอร์ อาจทำให้ตาบอดซึ่งเป็นประเด็นที่ทำให้หลายท่านเกรงกลัวการฉีดฟิลเลอร์ไปเลย และยังไม่กล้าทดลองฉีดแม้แต่ครั้งเดียวประเด็นวันนี้น่าสนใจตรงที่ว่าการฉีดฟิลเลอร์ทำให้ตาบอดจริงหรือไม่? โดยเฉพาะการฉีดฟิลเลอร์จมูกทำให้ตาบอดได้จริงหรือ?

การฉีดฟิลเลอร์จมูกทำให้ตาบอดได้จริงหรือ?

ฟิลเลอร์มีโอกาสทำให้ “ตาบอด” ได้ จากการที่ไปอุดตันเส้นเลือดในตา โดยเฉพาะจอประสาทตาหรือเรติน่า ซึ่งในทางการแพทย์เรียกเส้นเลือดนี้ว่า Central Retinal Artery Occlusion (CRAO) นอกจากการฉีดในบริเวณรอบดวงตาแล้วทำให้ตาบอดจากฟิลเลอร์เข้าเส้นเลือดดำแล้ว ยังเกิดจากการ ท้นกลับ หรือไหลย้อนกลับไปที่เส้นเลือดแดง หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าการฉีดฟิลเลอร์จมูกมีโอกาสเกิดตาบอดได้เช่นเดียวกัน เนื่องจากบริเวณผิวหนังของ “จมูก” นั้นมีแขนงของเส้นเลือดแดงมากมายวางตัวอยู่ในชั้นไขมัน (Subcutaneous)

โดยทั่วไปแล้วหากเกิดการอุดตันของเส้นเลือดแดงเส้นใดเส้นหนึ่งขึ้นมา ผิวหนังของเราจะยังคงได้รับเลือดมาเลี้ยงจากแขนงข้างเคียงอื่น แต่ในกรณีเส้นเลือดแดงที่มาเลี้ยงบริเวณปลายจมูกหากเกิดการอุดตันจากการฉีดสารเติมเต็มที่จมูกขึ้นมามีโอกาสที่ผิวหนังบริเวณจมูกจะขาดเลือดและเนื้อเยื่อตายในที่สุด ซึ่งหากการอุดตันเกิดขึ้นในบริเวณแขนงเส้นเลือดแดงที่ไปเลี้ยงดวงตาก็มีโอกาสตาบอดได้เช่นกัน

นอกจากนี้ร่องแก้มยังพบว่ามีเส้นเลือดแดง facial artery ทอดผ่านใต้ร่องแก้มอยู่ในชั้นไขมัน หากฉีดฟิลเลอร์เข้าเส้นเลือดแดงนี้โดยตรงจะทำให้ผิวหนังตั้งแต่บริเวณจมูกขึ้นไปถึงระหว่างคิ้วขาดเลือดตายได้และที่สำคัญอาจจะส่งผลให้ตาบอดร่วมด้วย เพราะเส้นเลือดแดงนี้มีแขนงย่อยส่วนปลายไปเลี้ยงในลูกตาด้วยนั่นเอง

โดยปกติการฉีดฟิลเลอร์มีความปลอดภัยสูงมาก แต่ในบางตำแหน่งอาจมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดผลข้างเคียงตามมาเช่นกัน จึงต้องอาศัยความรู้เกี่ยวกับโครงสร้างของใบหน้าประกอบกับแพทย์ต้องมีความชำนาญในการฉีดอย่างมาก และสิ่งที่จะขาดไม่ได้คือต้องทำด้วยความระมัดระวัง

สำหรับคนที่ไปฉีดฟิลเลอร์มานานแล้วไม่มีต้องกังวลไป ซึ่งเคยมีหลายท่านถามว่า หากเปลี่ยนไปฉีดด้วยการใช้ไขมันตัวเองแทนจะดีไหม? ปลอดภัยกว่าหรือไม่? ขอตอบตรงนี้เลยว่า มีโอกาสเกิดได้เช่นเดียวกัน

ฟิลเลอร์แล้วตาบอด ฉีดฟิลเลอร์ แล้วตาบอด

เคยมีการรวบรวมเคสจากวารสารทางการแพทย์ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ พบว่ามีเคสที่ฉีดสารเติมเต็มแล้วตาบอดถึง 98 ราย โดยบริเวณที่พบว่าเกิดภาวะแทรกซ้อนนี้มากที่สุด 3 อันดับแรกคือ บริเวณหว่างคิ้ว (Glabella) 38.8% บริเวณจมูก (Nasal Region) 25.5% และบริเวณร่องแก้ม (Nasolabial Fold; NLF) 13.3%

ส่วนสารเติมเต็มที่ใช้ฉีดแล้วเกิดตาบอดมากที่สุดคือ การฉีดด้วยไขมัน (Fat) 47.9% ตามด้วยไฮยาลูโรนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) 23.5%

อ้างอิงจาก Avoiding and Treating Blindness From Fillers: A Review of the World Literature.

เพราะฉะนั้นทางที่ดีที่สุดแนะนำว่า

  1. ควรจะเลือกทำกับแพทย์ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญจากสถาบันที่ได้รับความน่าเชื่อถือ มีมาตรฐานระดับสากล มีการพัฒนาศักยภาพของแพทย์ในองค์กรอย่างต่อเนื่อง ในการพัฒนาเทคนิค, วิธีการต่างๆ เพื่อหลีกเลี่ยง ลดผลข้างเคียง รวมถึงแพทย์ควรมีเวลาพิจารณา วิคราะห์ ดีไซน์การรักษาที่เหมาะสมและทำด้วยความระมัดระวัง
  2. ใช้ฟิลเลอร์ที่มีคุณภาพมาตรฐาน ถูกต้องตาม อย. ทั้งในและต่างประเทศ ให้เหมาะสมกับพื้นที่บริเวณใบหน้าหรือสอบถามแพทย์ทำความเข้าใจข้อมูลเกี่ยวกับฟิลเลอร์ชนิดต่างๆ ข้อดี ข้อเสีย ข้อจำกัด ในแต่ละบุคคล 
  3. ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ก่อนและหลัง ร่วมกับสังเกตอาการหลังฉีดเพื่อช่วยลดความรุนแรงจากผลข้างเคียงอาจเกิดขึ้นมา ความคาดหวังต่อผลการรักษาก่อนและหลัง

สุดท้ายนี้นอกจากผลลัพธ์ของการฉีดฟิลเลอร์ที่สวยงาม ปลอดภัย ดูเป็นธรรมชาติ ตอบโจทย์ความต้องการจากแพทย์ที่ชำนาญและมีประสบการณ์แล้ว การดูแลให้คำแนะนำ, ติดตามผู้ป่วยเพื่อลดความเสี่ยงและผลข้างเคียงหลังการฉีดก็เป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน

ปรึกษาการฉีดโบท็อกซ์และฟิลเลอร์กับแพทย์เอเพ็กซ์ได้ที่ [email protected] : @apexbeauty (มี @ นำหน้า)