ฉีดฟิลเลอร์ปาก ยี่ห้อไหนแล้วปากสวยที่สุด..เรามีคำตอบ

ฉีดฟิลเลอร์ปากเทรนด์ปากอวบอิ่ม เป็นทรงสวยได้รูปตอนนี้กำลังมาแรงมาก ไม่จำเป็นต้องเป็นสาวสายฝ.อย่างเดียวเท่านั้น แต่สาวสายเกาเดี๋ยวนี้ก็นิยมปากอวบอิ่มกันเยอะมากขึ้น เพราะลักษณะปากที่ดูเต็ม อวบอิ่ม นอกจากเพื่อความสวยงามแล้ว ยังช่วยเสริมให้ใบหน้าโดยรวมของเราดูเด็กลงได้อีกด้วย ลองสังเกตดูได้จากปากเด็ก ๆ ที่มีความชุ่มชื้น ปากดูฟูมีวอลลุ่ม ส่วนคนมีอายุริมฝีปากจะเริ่มบางและขอบปากหาย ปากมีริ้วรอย ทำให้ใบหน้าโดยรวมดูแก่ขึ้นได้ หลาย ๆ คนที่อายุมากขึ้นแล้วริมฝีปากบางลง จึงเริ่มแก้ปัญหานี้ด้วยการหันมา ฉีดฟิลเลอร์ปาก ให้อวบอิ่ม ดูมีวอลลุ่มกันมากขึ้น

แต่หนึ่งในปัญหาของคนที่อยากฉีดฟิลเลอร์ปาก นอกจากกลัวเจ็บแล้ว คงหนีไม่พ้นความสงสัยว่าเราจะเลือกฉีดฟิลเลอร์ยี่ห้ออะไรดี ถึงจะได้ผลลัพธ์ออกมาดูสวยเป็นธรรมชาติ ซึ่งในปัจจุบันฟิลเลอร์ที่ผ่านอย.ในไทยมีอยู่ด้วยกันหลายยี่ห้อ แต่ผลลัพธ์ก็จะมีความแตกต่างกันอยู่บ้าง ในบทความนี้เราจึงมีคำตอบสำหรับคนที่อยากรู้ว่า ฉีดฟิลเลอร์ปาก ยี่ห้อไหนแล้วปากสวยที่สุด..

รู้จักฟิลเลอร์ให้มากขึ้น

สำหรับที่ใครที่ยังไม่เคยฉีดฟิลเลอร์ (Filler) มาก่อนเลย อยากให้ลองหาศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์อย่างละเอียดก่อน เพื่อความปลอดภัย และมั่นใจได้ว่าการฉีดฟิลเลอร์จะตอบโจทย์ปัญหาที่เราต้องการแก้ไขได้อย่างตรงจุด

ฟิลเลอร์ (Filler) คือ การฉีดสารเติมเต็ม ที่มีการเลียนแบบมาจากสารธรรมชาติในร่างกายของเรา อย่างสารไฮยาลูรอนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) หรือ เรียกว่า เอชเอ (HA) โดยแพทย์จะฉีดเข้าไปในส่วนที่เรามีปัญหา เพื่อเป็นการช่วยเติมเต็มชั้นผิวหนัง และแก้ไขโครงสร้างใต้ผิวหนัง ซึ่งสารนี้สามารถสลายได้ ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

สารไฮยาลูรอนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) มีคุณสมบัติดูดซับน้ำ และช่วยกักเก็บน้ำให้แก่ชั้นใต้ผิวได้ดี ช่วยกระตุ้นการสร้างเส้นใยคอลลาเจนให้กับผิว ดังนั้นจึงสามารถช่วยแก้ปัญหาผิวที่เป็นร่องลึก ผิวหนังยุบ บุ๋ม และริ้วรอยได้ เนื่องจากเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนจะลดน้อยลง การฉีดฟิลเลอร์จึงเป็นวิธีที่ช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ ซึ่งฟิลเลอร์ประเภทไฮยาลูรอนิค แอซิดถือว่ามีความปลอดภัยสูง และใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน

ฉีดฟิลเลอร์ปาก

จริง ๆ แล้วฟิลเลอร์แบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท แต่ในปัจจุบันฟิลเลอร์ที่ถือว่าปลอดภัย และได้รับอนุญาตให้ใช้รักษาในประเทศไทยมีอยู่แค่ชนิดเดียวคือ ฟิลเลอร์แบบชั่วคราว (Temporary filler) เท่านั้น

1.ฟิลเลอร์แบบชั่วคราว (Temporary filler) : ฟิลเลอร์ประเภทนี้เป็นที่นิยมใช้กันมาที่สุดในปัจจุบัน เพราะสามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติแบบ 100% ไม่เป็นอันตราย และไม่มีสารตกค้างในร่างกาย มีความปลอดภัยสูง อยู่ในร่างกายได้ตั้งแต่ 6เดือน -2 ปี

2.ฟิลเลอร์แบบกึ่งถาวร (SemiPermanent Filler) : ฟิลเลอร์ประเภทนี้มีความปลอดภัยรองลงมาจากแบบแรก โดยสามารถอยู่ในร่ากายได้นานถึงประมาณ 2-5 ปี ฟิลเลอร์ประเภทกึ่งถาวรนี้ ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ในประเทศไทย แม้ว่าจะอยู่ได้นานกว่า แต่อาจจะเกิดผลข้างเคียงได้ และทำการแก้ไขหรือฉีดสลายได้ยากกว่าฟิลเลอร์แบบชั่วคราว

3.ฟิลเลอร์แบบถาวร (Permanent Filler) : ฟิลเลอร์ชนิดนี้จะค้างอยู่ในชั้นใต้ผิวแบบถาวร ไม่สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ ทำให้เกิดผลข้างเคียงในระยะยาวได้ เช่น ฟิลเลอร์ผิดรูป ฟิลเลอร์ไหล เพราะฟิลเลอร์ประเภทนี้ไม่สามารถดูดซึมได้ โดยส่วนมากจะเป็นซิลิโคน และพาราฟิน

ฉีดฟิลเลอร์ปาก..ช่วยอะไรบ้าง?

ช่วยเติมเต็มริมฝีปาก ให้อวบอิ่มมากขึ้น ลดปัญหาริมฝีปากบาง ทาลิปสติกได้สวยมากยิ่งขึ้น

ช่วยให้ขอบปากดูชัดมากขึ้น แก้ปัญหาสำหรับคนที่ขอบปากไม่ชัด และช่วยให้ริมฝีปากดูเป็นกระจับสวย

ช่วยให้ริมฝีปากยกขึ้นได้ เหมาะสำหรับคนที่มีมุมปากคว่ำ ดูแล้วหน้าบึ้ง สามารถฉีดฟิลเลอร์ยกมุมปากได้

  ช่วยให้ริมฝีปากมีความชุ่มชื้น ฉ่ำวาว ลดความแห้งแตก ริมฝีปากดูสุขภาพดีมากยิ่งขึ้น

filler

ฉีดฟิลเลอร์ปาก อันตรายไหม?

ฟิลเลอร์ ประเภทไฮยาลูรอนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) ผ่านการรับรองโดยองค์การอาหารและยาจากประเทศสหรัฐอเมริกา หรือ FDA และผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา (อย.) ไทยเช่นกัน ดังนั้นการฉีดฟิลเลอร์ถือว่าเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยสูงมาก แต่ทั้งนี้เราก็ควรได้รับการฉีดฟิลเลอร์กับแพทย์ที่มีประสบการณ์ มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ในคลินิกที่ได้มาตรฐาน มีความน่าเชื่อ เพราะถ้าหากได้ผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามความต้องการ จะสามารถแก้ไขได้อย่างทันท่วงที

นอกจากนี้เทคนิคการฉีดเฉพาะตัวของแพทย์ จะยิ่งช่วยให้ผลลัพธ์ออกมามีความเป็นธรรมชาติมากขึ้น เพราะบริเวณริมฝีปากเป็นส่วนที่ค่อนข้างบอบบาง ดังนั้นจึงต้องอาศัยเทคนิคและประสบการณ์ของแพทย์เป็นพิเศษ ในการวิเคาระห์ประเมินปรับแต่งรูปทรงริมฝีปากของคนไข้ ให้ได้สัดส่วนที่สวยงาม

ฉีดฟิลเลอร์ปาก..ปากทรงไหนที่เหมาะกับเราที่สุด

เชื่อว่าคนส่วนใหญ่มีทรงปากที่ชอบในใจอยู่แล้ว ก่อนเริ่มฉีดฟิลเลอร์หลายคนมักจะนำ reference ริมฝีปากของดารา ไอดอลมาให้คุณหมอฉีดออกมาตามแบบ แต่ต้องขอบอกไว้เลยว่า พื้นฐานลักษณะปากของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่ละคนจะมีทรงปากที่เหมาะสมกับรูปหน้าของตัวเองแตกต่างกันไป การฉีดฟิลเลอร์ปากที่ดี ออกมาดูสวยธรรมชาติ คุณหมอจะอ้างอิงจากรูปปากเดิมของคนไข้ คำนวณสัดส่วนและประเมินปริมาณฟิลเลอร์ที่ควรใช้กับปากของเราอย่างพอดี เพื่อให้รูปปากออกมาสวยเหมาะสมกับคนไข้ที่สุด ดังนี้

ฉีดฟิลเลอร์ปาก

1.รูปปากอวบอิ่มแบบพอดี จะมีอัตราส่วนที่เหมาะสมอยู่ที่ 1: 1.6 โดยริมฝีปากบนจะอวบอิ่มน้อยกว่าริมฝีปากล่างเล็กน้อย

2.มุมปากควรยกขึ้น จะช่วยให้ใบหน้าดูสดใสขึ้น เพราะมุมปากตก ทิ่มลง ลักษณะปากแบบนี้ทำให้ใบหน้าดูเศร้าหมอง

3.มีขอบปากชัดเจน และมีกระจับเล็กน้อย ช่วยให้รูปทรงปากสวยขึ้น

4.ริมฝีปากเรียบเนียน มีความชุ่มชื้น ฉ่ำวาว ไม่ลอก หรือแห้งแตก

ทรงปากแบบสายฝ.

เทรนด์ปากอวบอิ่มแบบสายฝ.ฮิตมาได้หลายปีแล้ว แต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะลดความฮิตลงเลย เพราะปากเต็ม ๆ มีความเจ่อ ๆ เล็กน้อยแบบสายฝ.ทำให้ใบหน้าดูเซ็กซี่ขึ้นมาก แถมทาลิปสติกแบบเห็นสีชัด ๆ ได้อีกด้วย ซึ่งการฉีดฟิลเลอร์ปากแบบสายฝ. ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่ทรงปากแบบ Full Lips / Round Lips เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งจะใช้ฟิลเลอร์ประมาณ 2-3 cc.

lip-shape

ทรงปากแบบสายเกา

สาว ๆ หนุ่ม ๆ สายเกาเดี๋ยวนี้เริ่มฉีดปากให้ดูเต็ม ดูอวบอิ่มมากขึ้นกว่าแต่ก่อนกันเยอะมาก ซึ่งจำนวนฟิลเลอร์ที่ใช้จะอยู่ที่ 1-2 cc. โดยทรงปากของสายเกาจะเน้นไปที่ความละมุนให้เข้ากับโครงหน้าทางฝั่งเอเชีย ดูน่ารัก จิ้มลิ้มขึ้น ฉีดฟิลเลอร์ปากให้มีความอวบอิ่มขึ้นเล็กน้อย และฉีดยกมุมปากให้ดูใบหน้าสดใส เป็นธรรมชาติมากขึ้น อย่างทรง Bow Shaped Lips / Wide Lips / Heavy Lower Lips / Heart Shape Lips

ฉีดฟิลเลอร์ปาก ยี่ห้อไหมแล้วปากสวยที่สุด?

ปาก เป็นส่วนที่มีการขยับบ่อยที่สุดบนใบหน้า ดังนั้นฟิลเลอร์ที่ฉีดบริเวณริมฝีปากควรมีลักษณะค่อนข้างนิ่ม มีความยืดหยุ่นสูง โดยยี่ห้อของฟิลเลอร์ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในการฉีดริมฝีปาก คือ Juvederm และ Restylane

ฟิลเลอร์ Juvederm

ฟิลเลอร์สัญชาติอเมริกา นำเข้ามาโดยบริษัท Allergan Thailand ได้รับความนิยมในวงกว้าง เรียกได้ว่าเป็นยี่ห้อดังที่สุด และมีประสิทธิภาพสูง เพราะผลลลัพธ์หลังฉีดสามารถคงอยู่ได้นานถึง 6เดือน – 2ปี ด้วยมาตรฐานและคุณภาพที่ด้การรับรองจาก US FDA และ Thai FDA อีกทั้งยังเป็นฟิลเลอร์ที่มีเทคโนโลยีvycross ช่วยทำให้สารเติมเต็มยกกระชับได้ดี เนื่องจากมีโมเลกุลยึดเกาะที่เหนียวแน่นขึ้น และ เทคโนยีhylacross มีคุณสมบัติอุ้มน้ำได้ดีมาก ทนต่อการขยับ ซึ่งจุดเด่นที่สุดคือเนื้อมีความเรียบเนียนละเอียด เมื่อฉีดแล้วผลลัพธ์จึงมีความเป็นธรรมชาติ ยืดหยุ่น Juvederm เป็นฟิลเลอร์ที่ผลิตออกมาหลากหลายรุ่น เพื่อให้เหมาะสำหรับแต่ละบริเวณบนใบหน้า สำหรับรุ่นที่นิยมนำมาฉีดริมฝีปาก มีด้วยกัน 4 รุ่น คือ

filler juvederm
Juvederm Volift

ฟิลเลอร์รุ่นนี้มีลักษณะพิเศษถึงแม้จะเนื้อนิ่ม แต่เป็นทรงง่ายผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นานถึง 18 เดือน เหมาะกับคนที่มีผิวบาง ฉีดออกมาแล้วรูปปากสวย ปากได้รูป ขอบคมชับ มีกระจับปากที่สวยงาม คลำริมฝีปากแล้วไม่เป็นก้อนฟิลเลอร์  มีความเป็นธรรมชาติมากที่สุด 

Juvederm  Vobella

เป็นฟิลเลอร์เนื้อละมุน ที่ช่วยแก้ปัญหาริ้วรอย ร่องลึกใต้ตา และยังช่วยเติมเต็มริมฝีปาก ผลอยู่ได้นานถึง 12 เดือน เหมาะสำหรับคนที่มีเนื้อปากอยู่แล้ว แต่แค่ยังจะเพิ่มความชุ่มชื้นขึ้น ให้ริมฝีปากเรียบเนียนสนุกกับการทาลิปสติกมากยิ่งขึ้น  

Juvederm Volite

ลักษณะของฟิลเลอร์รุ่นนี้เนื้อจะค่อนข้างละเอียด บางเบา มีความนิ่ม สามารถกระจายตัวได้ดีที่สุด เหมาะกับการฉีดชั้นบนสุดของผิวหนัง ไม่ลงลึกมากเกินไปเหมือนรุ่นอื่น ๆ ช่วยปรับสภาพผิว ลดเลือนริ้วรอย กระชับรูขุมขน ให้ความชุ่มชื้น เรียบเนียน ผิวดูสุขภาพดีขึ้น ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นานถึง 9 เดือน แนะนำสำหรับคนที่ต้องการบำรุงใบหน้าให้ดูใสอ่อนเยาว์ หรือเหมาะสำหรับคนต้องการให้ปากชุ่มชื่น บางเบาไร้ริ้วรอย อิ่มเหมือนทาลิปกรอสแม้ตอนตื่นนอน

Juvederm Ultra Plus

เนื้อฟิลเลอร์รุ่นนี้มีการอุ้มน้ำเยอะกว่าตัวอื่น  ทำใหัผิวฟู ฉีดเติมผิวได้เต็มสวย เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาร่องลึก ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นานประมาณ 12 เดือน ฟิลเลอร์รุ่นนี้แนะนำสำหรับคนที่ต้องการริมฝีปากอวบอิ่มขั้นสุดแบบสายฝ.

ฟิลเลอร์ Restylane

แบรนด์จากประเทศสวีเดน เป็นอีกยี่ห้อหนึ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ของบริษัท Galderma เพราะด้วยเทคโนโลยีที่โดดเด่น เหมาะกับการแก้ไขปัญหาใบหน้าในแต่ละจุด ด้วย NASHA techology ช่วยให้ผลลัพธ์คงตัวได้นาน 6 เดือน – 1 ปี และ OBT technology ที่ช่วยให้ตัวฟิลเลอร์มีความยืดหยุ่น สามารถปรับรูปทรงได้หลากหลาย

filler
Restylane Vital Light

ฟิลเลอร์รุ่นนี้มีโมเลกุลเล็ก น้ำหนักเบา ใช้สำหรับแก้ปัญหาผิวที่ไม่เรียบเนียน ดังนั้นฟิลเลอร์รุ่นนี้จึงเหมาะกับคนที่ต้องการแก้ไขปัญหาริมฝีปากแห้ง แตก ให้กลับมาชุ่มชื้น ฉ่ำวาว ซึ่งผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นานถึง 6-12 เดือน

การดูแลหลังฉีดฟิลเลอร์ปาก

หลังฉีดฟิลเลอร์ปากเสร็จแล้ว เพื่อผลลัพธ์ที่คงอยู่ได้อย่างยาวนานขึ้น ควรดูแลริมฝีปากของเราตามคำแนะนำของแพทย์

  1. หลังฉีดฟิลเลอร์ปากเสร็จแล้วหลีกเลี่ยงการจับ สัมผัส ลูบคลำริมฝีปากหรือบริเวณที่ฉีด เพราะอาจจะทำให้ฟิลเลอร์ผิดรูปทรงได้
  2. ไฮยาลูรอนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) เป็นสารอุ้มน้ำ ดังนั้นควรดื่มน้ำมาก ๆ เพราะสามารถช่วยให้ฟิลเลอร์มีความฟูมากขึ้น และอยู่ได้นานมากขึ้น
  3. งดดื่มเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มร้อน ๆ และดื่มเครื่องดื่มจากหลอดดูด อย่างน้อย 48 ชั่วโมงหลังฉีดฟิลเลอร์ปากเสร็จ เพราะอาจจะทำให้ริมฝีปากเกิดอาการบวมหรืออักเสบผิดรูปได้

โดยปกติแล้วการฉีดฟิลเลอร์ปากจะเห็นผลลัพธ์ทันทีหลังฉีดว่าริมฝีปากมีความอวบอิ่มขึ้น และหลังจากนั้นประมาณ 1สัปดาห์รูปปากจะเข้าที่เห็นผลอย่างชัดเจนมากขึ้น

ฉีดฟิลเลอร์ปากฟิลเลอร์ทั้ง 2 ยี่ห้อเรียกได้ว่าเป็นที่นิยมเป็นอย่างมากทั้งในและต่างประเทศ และเป็นยี่ห้อที่ได้รับอนุญาตจากองค์การอาหารและยา (อย.) ให้ทำการฉีดรักษาในประเทศไทยได้อย่างถูกต้อง ดังนั้นจึงมั่นใจได้ถึงความปลอดภัย แต่ทั้งนี้การเลือกแพทย์และคลินิกที่จะฉีดฟิลเลอร์ปากให้เราก็สำคัญมากเช่นกัน เพราะอย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้นว่าคุณหมอสามารถออกแบบรูปทรงปากได้อย่างเป็นธรรมชาติ ฉีดได้อย่างแม่นยำ เลือกชนิดของผลิตภัณ์ที่เหมาะสม  ไม่เกิดปัญหาตามมาภายหลัง 

เรื่องฉีดฟิลเลอร์ / โบท็อก มั่นใจต้องเอเพ็กซ์! ใครอยากปรับแต่งรูปปากด้วยการฉีดฟิลเลอร์สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเข้ามาได้ที่ Line@ : @apexbeauty (มี @ นำหน้า) นะคะ