การลดน้ำหนัก ทำให้ หน้าห้อย ดูเหี่ยวได้!

หน้าห้อยการลดน้ำหนัก ทำให้ หน้าห้อย ดูเหี่ยวได้!

ไม่ว่าใครก็อยากหุ่นสวย ดูสุขภาพดีกันทั้งนั้น เทรนด์ในปัจจุบันเราจึงเห็นหลาย ๆ คนหันมาออกกำลังกาย ทานอาหารคลีน ดูแลสุขภาพกันเป็นอย่างดี โดยเฉพาะการออกกำลังกาย ที่สามารถทำได้ง่ายสะดวกมากขึ้น นอกจากเราจะสามารถเข้ายิม ไปฟิตเนส ในหลาย ๆ ที่ให้บริการแล้ว เดี๋ยวนี้ก็สามารถออกกำลังที่บ้านได้ง่ายมากขึ้น เพราะมีคลิปสอนออกกำลังกายตามสื่อเยอะมากให้เราเลือกดู และทำตาม

แต่คนที่ออกกำลังกายมาสักพัก อาจจะมีปัญหา และสังเกตตัวเองได้ว่าน้ำหนัก หรือรูปร่างดูลดลง แต่ทำไมผิวดันเหี่ยว หย่อนคล้อย แทนที่ผิวจะเฟิร์มกระชับมากขึ้น มีใครกำลังเจอปัญหานี้เหมือนกันอยู่บ้าง วันนี้เรามีคำตอบถึงสาเหตุที่ออกกำลังกายแล้ว หน้าห้อย ดูเหี่ยว ผิวหย่อนคล้อย พร้อมทั้งเคล็ดลับการแก้ปัญหาลดหนัก ผอมลงแต่หน้าแก่ขึ้นมากฝากกันด้วยค่ะ

ทำไมออกกำลังกาย แล้วผิวหย่อนคล้อยลง

ในขณะที่น้ำหนักตัวของเราเยอะ ร่างกายและผิวหนังมีการยืดขยายออก รวมไปถึงไขมัน คอลลาเจน และอีลาสติน ที่มีหน้าที่ทำให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่นด้วย ดังนั้นเมื่อน้ำหนักลดลง ความยืดหยุ่นหายไป หรือมีการยืด-หดกลับอย่างรวดเร็ว จึงส่งทำให้ผิวหนังคล้อยลงได้นั่นเอง นอกจากนั้นการออกกำลังกายผิดวิธีก็สามารถส่งผลให้ผิวหย่อนคล้อย หน้าห้อยดูเหี่ยวได้เช่นกัน

  • Cardio อย่างเดียว จะทำให้ผิวเหลว ไม่เฟิร์มกระชับ หรือไม่เพิ่มกล้ามเนื้อ แม้ว่าจะดูผอมลง แต่ผิวไม่แข็งแรง เต่งตึง ดังนั้นการคาร์ดิโออย่างเดียวจะยิ่งทำให้ผิวเหี่ยว ดูโทรม ไม่สดใสอย่างที่คิดได้
  • weight training หนักไป แม้ว่าจะช่วยสร้างกล้ามเนื้อให้ผิวกระชับมากขึ้น แต่ถ้าเราเล่นเวทหนักมากเกินไป อาจจะทำให้เกิดความเหนื่อยล้าของกล้ามเนื้อ และ เซลล์ผิวต่าง ๆ
  • ออกกำลังกายแบบหักโหม หลายคนมักจะออกกำลังกายหนัก ๆ ติดต่อกันหลายชั่วโมง เพราะอยากให้น้ำหนักลดลงเร็ว ๆ แต่จริง ๆ แล้วการทำแบบนี้ไม่ส่งผลดีต่อสุขภาพ เพราะจะทำให้กล้ามเนื้ออักเสบ และยังเกิดสารอนุมูลอิสระในร่างกาย ที่มีส่วนช่วยป้องกันการเสื่อมสภาพของเซลล์ ดังนั้นผิวจึงดูเหี่ยวลงนั่นเอง

หน้าห้อย5 เคล็ดลับลดน้ำหนัก ผอมลงแถมหน้าไม่เหี่ยว

1.ค่อย ๆ ลดน้ำหนัก

แม้ว่าน้ำหนักตัวของเราจะเยอะมากแค่ไหนก็ตาม แต่ไม่ควรลดน้ำหนักลงอย่างหักโหม ควรจะค่อย ๆ ลดน้ำหนักลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป เบิร์นแคลลอรี่พร้อมกับการเน้นสร้างกล้ามเนื้อไปด้วย ไม่อย่างนั้นโครงสร้างผิว ไม่ว่าจะเป็นชั้นไขมัน คอลลาเจน และอีลาสตินจะถูกทำลาย ทำให้ผิวหนังของเราจะมีการหดขยายตัวอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ผิวเหี่ยว หย่อนคล้อย หน้าห้อย ดูแก่เร็วขึ้นได้

2.ดื่มน้ำสะอาดเยอะ ๆ

70% ของร่างกายคนเราประกอบไปด้วยน้ำ ดังนั้นจึงมีส่วนสำคัญต่อสุขภาพมาก ๆ ยิ่งในขณะที่เราออกกำลังกาย จะทำให้เกิดภาวะขาดน้ำ เพราะร่างกายมีการขับเหงื่อออกมาเยอะ ดังนั้นควรดื่มน้ำให้เยอะขึ้นหลังจากออกกำลังกายเสร็จ เพื่อทดแทนน้ำที่สูญเสียไป นอกจากนั้นในระหว่างวันก็ควรจิบน้ำบ่อย ๆ เพื่อรักษาความชุ่มชื้นของผิวไว้ ไม่ให้เกิดความแห้งกร้าน ผิวอ่อนแอ จนกลายเป็นริ้วรอย เหี่ยวย่น ดูแก่กว่าวัย 

3.สารต้านอนุมูลอิสระช่วยได้

นอกจากลดน้ำหนักแบบค่อยเป็นค่อยไป ดื่มน้ำเยอะ ๆ แล้ว อาหารที่เราทานเข้าไปก็มีส่วนสำคัญเช่นกัน เพราะนอกจากจะช่วยควบคุมน้ำหนักของเราได้แล้ว ยังช่วยทำให้ปกป้องผิวพรรณให้สุขภาพดี เต่งตึง ไม่หย่อนคล้อยได้อีกด้วย อย่างเช่น มะเขือเทศ แครอท ผักใบเขียว เป็นต้น ดังนั้นควรลดน้ำหนัก โดยการออกกำลังกาย ควบคู่ไปกับการควบคุมการทานอาหารที่มีประโยชน์ด้วยนะคะ

4.นวดกระชับผิว

การนวดกระชับผิวนอกจากจะช่วยผ่อนคลายร่างกายได้แล้ว การนวดยังช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด และน้ำเหลืองให้ทำงานได้ดีมากขึ้น ช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย ลดความหย่อนคล้อย เหี่ยวย่นของผิว หรือเซลล์ลูไลท์ให้ลดลง ผิวกลับมากระชับ เต่งตึงมากขึ้นได้

5.เครื่องมือยกกระชับผิว

บางที่ก็ต้องพึ่งนวัตกรรมกันบ้าง! เครื่องมือยกกระชับผิวในปัจจุบันมีด้วยกันหลากหลายเครื่อง แต่เครื่องที่เป็นที่นิยมในการแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยในตอนนี้ต้องยกให้ Ulthera (อัลเทอร่า) และ Thermage (เทอร์มาจ) เลยค่ะ

Ulthera (อัลเทอร่า)

แน่นอนว่าเมื่อน้ำหนักของเราลดลง ไขมันที่เคยผยุงผิวของเราก็จะหายตามไปด้วย ส่งผลให้ผิวหน้าที่เคยเต่งตึง เริ่มหย่อนคล้อยลง ซึ่งอัลเทอร่า เป็นเครื่องมือยกกระชับผิวที่แก้ปัญหาเหล่านี้ได้ เพราะสามารถปล่อยพลังงานลงสู่ชั้นผิว กระตุ้นให้ผิวเกิดการยกกระชับขึ้น ให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกับการผ่าตัดดึงหน้า แต่ไม่ต้องพักฟื้นให้เสียเวลา ดังนั้นจึงสามารถเห็นผลลัพธ์ได้หลังทำทันที โดยอัลเทอร่า เป็นการใช้เทคโนโลยีอัลตราซาวด์แบบเฉพาะเจาะจง (Focused Ultrasound) ปล่อยพลังงานคลื่นเสียงความถี่สูง เมื่อยิงเครื่องมือสู่ผิวที่เป็นปัญหา จะสามารถแปรเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อน ลงได้ลึกถึงระดับ SMAS  ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับแพทย์ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า แต่จะได้ความเป็นธรรมชาติมากกว่า เนื่องจากเครื่อง Ulthera มีหน้าจอแสดงผลชั้นใต้ผิวหนังของคนไข้ ทำให้แพทย์สามารถออกแบบวางแผนการรักษา และยิงพลังงานได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น

อัลเทอร่าโดยผลลัพธ์ของการทำอัลเทอร่า พลังงานคลื่นความถี่สูง เมื่อเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อน จะเข้าไปทำให้กล้ามเนื้อเกิดการหดตัว ส่งผลให้ผิวหน้ายกกระชับ ใบหน้าเรียวมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการทำงานของคอลลาเจน อิลาสตินที่เสื่อมสภาพกลับมาทำงานได้ดีขึ้น และช่วยให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ได้อีกด้วย ดังนั้นจึงส่งผลให้ผิวมีความแข็งแรง ยืดหยุ่น เรียบเนียน แถมริ้วรอยดูลดเลือนลง ผิวหน้ากลับมาอ่อนเยาว์ได้อีกครั้ง

Thermage (เทอร์มาจ) 

หลายคนที่กำลังลดน้ำหนักอยู่มักจะเจอปัญหา น้ำหนักตัวลดลง แต่ไขมันสะสมบริเวณกรอบหน้าอยู่ยัง ไม่ว่าจะเป็น แก้ม เหนียง ซึ่งไขมันบริเวณใบหน้าเป็นส่วนที่ลดลงยากมาก อีกทั้งยังอาจจะเจอปัญหาลดน้ำหนักแล้วผิวหน้า หรือแก้มห้อย ไม่กระชับแน่นเหมือนแต่ก่อน ซึ่งเทอร์มาจเป็นเครื่องมือยกกระชับผิว ที่สามารถทำได้ทั้งใบหน้า คอ และลำตัว สามารถช่วยสลายไขมัน และกระชับผิวที่ห้อยให้กระชับแน่อนขึ้นได้

เทอร์มาจเพราะมีหัวทิปปล่อยพลังงานถึง 3 ขนาด ที่ออกแบบมาให้เหมาะกับการทำในแต่ละบริเวณ ซึ่งจะช่วยกระจายพลังงานลงสู่ผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังช่วยลดระยะเวลาในการทำได้อีกด้วย โดยการทำเทอร์มาจ จะเป็นการใช้เทคโนโลยีคลื่นวิทยุความถี่สูง (Radio Frequency หรือ RF) ที่จะเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนลงสู่ผิวในระดับชั้น Dermis ซึ่งเป็นชั้นที่อยู่ของไขมัน คอลลาเจน และอิลาสติน เพื่อช่วยกระตุ้นการทำงานของคอลลาเจนโดยตรง ซึ่งพลังงานนี้จะทำให้เส้นใยคอลลาเจน และอิลาสตินที่หย่อนตัวเสื่อมสภาพเกิดการหดตัว กลับมามีเกลียวที่ตึงมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ส่งผลให้ผิวหน้ามีความเต่งตึง กระชับแน่น ผิวดูเฟิร์มมากขึ้น และยังช่วยฟื้นฟูผิวให้ยืดหยุ่น เรียบเนียน ลดริ้วรอย ปรับสภาพผิวให้มีความเปล่งปลั่ง และที่สำคัญคือสามารถลดการสะสมของไขมันได้อีกด้วย

ยกกระชับผิวด้วย Ulthera หรือ Thermage ดีกว่ากัน?

มาถึงตรงนี้หลายคนคงมีคำถามว่า อัลเทอร่า และ เทอร์มาจ มีความแตกต่างกันอย่างไร แล้วควรเลือกทำเครื่องมือไหนถึงจะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่ากัน? ซึ่งการตัดสินใจว่าจะเลือกทำเครื่องมือไหนดี อยากให้เราเลือกจากปัญหาของใบหน้า หรือผิวหน้าของเราว่าเกิดจากสาเหตุอะไรสำคัญที่สุด เพื่อการแก้ไขได้อย่างตรงจุด และมีประสิทธิภาพมากกว่า โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมิน และแนะนำให้กับคนไข้เองค่ะ แต่เราสามารถเช็คเองได้ง่าย ๆ ดังนี้

Ulthera และ Thermage ทั้ง 2 เครื่องมือเป็นเครื่องมือยกระชับใบหน้า ที่สามารถเห็นผลลัพธ์ได้ทันที และคงอยู่ได้นานกว่า 1-2 ปีเลยทีเดียว แต่มีความแตกต่างกันเรื่องของกระบวนการส่งพลังงานไปยังชั้นผิว และผลลัพธ์ที่ได้ โดยอัลเทอร่า จะสามารถส่งพลังงานไปยังชั้นใต้ผิวระดับ SMAS ซึ่งจะทำให้เกิด skin lifting หรือใบหน้าดูยกขึ้น ส่วนการทำเทอร์มาจ จะส่งพลังงานไปยังชั้นผิวระดับ Dermis ซึ่งจะทำให้เกิด skin tightening หรือผิวหน้ามีความเต่งตึง และเฟิร์มขึ้น ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า

thermage vs ultheraUlthera : เหมาะกับคนที่มีไขมันบริเวณผิวหน้าไม่เยอะมาก ต้องการยกใบหน้า และลำคอจากผิวที่หย่อนคล้อย หรือมี ให้กลับมากระชับ เต่งตึง และหน้าเรียวได้รูป เห็นกรอบหน้าชัดมากขึ้น และช่วยให้ผิวเรียบเนียน ลดริ้วรอย ให้ใบหน้าอ่อนเยาว์

Thermage : เหมาะกับคนที่มีไขมันบริเวณผิวหน้าเยอะ และมีปัญหาหน้าห้อย แก้มย้อย มีเหนียงใต้คาง ต้องการให้ใบหน้ากระชับ ดูเฟิร์ม ลดการสะสมของไขมัน เพื่อให้ใบหน้าเล็กลง กรอบหน้าชัดมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยฟื้นฟูสภาพผิวให้มีความเปล่งปลั่ง สุขภาพดียิ่งขึ้นได้อีกด้วย

แม้ว่าการออกกำลัง ลดน้ำหนัก จะช่วยให้เราสุขภาพดี แข็งแรง แถมหุ่นสวยดูดีขึ้น แต่อย่าหักโหมมากเกินไป หรือออกกำลังกายผิดวิธีนะคะ ไม่อย่างนั้นการลดน้ำหนักจากที่จะทำให้ดูดีขึ้น กลายมาเป็นผิวหย่อยคล้อย หน้าห้อย ดูเหี่ยว แก่กว่าวัยได้ แต่สำหรับใครที่เจอปัญหาเหล่านี้แล้ว ไม่ต้องกังวลไป เพราะสามารถทำตามทั้ง 5 เคล็ดลับแก้ปัญหาลดน้ำหนัก ผอมลงแต่ผิวหย่อนคล้อย ที่เราได้แนะนำไปได้เลย ยิ่งถ้าใครต้องการตัวช่วยดี ๆ ทำให้เห็นผลลัพธ์ได้อย่างรวดเร็ว เครื่องมือยกกระชับถือว่าตอบโจทย์มาก ๆ เลยค่ะ

ท่านใดสนใจยกกระชับผิวหน้า สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ [email protected] : @apexbeauty (มี @ นำหน้า) หรือจองคิวเพื่อเข้าปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงก็สามารถทำได้เช่นกันค่ะ