ปิ๊ก ฌาณฉลาด : “..ผมรู้สึกว่า ไม่เคยดูดีเท่าอายุช่วงนี้มาก่อน แม้จะเป็น ในช่วงวัยใกล้ 50 แล้วก็ตาม”

“..ผมรู้สึกว่า ผมไม่เคยดูดีเท่าอายุช่วงนี้มาก่อน แม้จะเป็น ในช่วงวัยใกล้ 50 แล้วก็ตาม เป็นเรื่องแปลกนะที่ผมไม่เคยรู้สึกดีกับตัวเองเท่านี้มาก่อน ไม่เคยคิดว่าจะรู้สึกดีๆกับตัวเองได้ขนาดนี้..”

 

img_1408

ปิ๊ก ฌาณฉลาด ทวีทรัพย์ ผู้จัดการ เจมส์ จิรายุ ตั้งศรีสุข และเป็นผู้ที่มีส่วนสำคัญในการปั้น เจมส์ จิรายุ จนดังเป็นพลุแตก นาทีนี้ถูกจับจ้องจากบุคคลมากมายว่า ด้วยเหตุใด จึงดูเปลี่ยนไป ไปทำอะไรมาจึงได้ดูดี อ่อนวัย หล่อใส ใกล้เคียงเด็กในสังกัด ขนาดเป็นข่าวใน sanook.com ..ชาวเน็ตทึ่ง! ” ปิ๊ก ฌาณฉลาด ” ปรับลุคดูสูสี “เจมส์จิ” เด็กในสังกัด ไปไหนก็มีแต่คนถามว่า ไปทำอะไรมา บางครั้งนัดเจอเพื่อนสนิท ขนาดเพื่อนทักว่า ทำไมแค่นัดทานข้าว ต้องแต่งหน้ามาด้วย เมื่อคุณปิ๊กบอกว่าไม่ได้แต่ง เพื่อนก็ยังไม่เชื่อ เอากระดาษทิชชูเช็ดหน้า แต่ก็ไม่มีอะไรติดมา วันนี้เราจะมาเจาะลึกสัมภาษณ์คุณปิ๊ก ถึงที่มาของลุคใหม่นี้ว่า ได้มาได้อย่างไร อะไรคือจุดเริ่มต้น และ อะไรคือสิ่งที่ทำให้คุณปิ๊กประสบความสำเร็จ

ผู้สัมภาษณ์ : อะไรเป็นสาเหตุให้คุณบิ๊ก อยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง

คุณปิ๊ก : จริงๆ ก็เริ่มจากเรื่องสุขภาพ พออายุมากขึ้น ก็เริ่มอ้วน น้ำหนักขึ้น ลดก็ยาก สุขภาพก็เริ่มแย่ เจ็บเข่า และที่สำคัญมันดูโทรม อยากออกกำลังกายแต่ผมก็ไม่มีทางเลือกเยอะ ที่จะให้ไปออกกำลังกาย โดยการวิ่งเยอะๆ ผมทำไม่ได้ เพราะผมมีปัญหาเรื่องเข่า แล้วก็ไหล่ผมหลุดครึ่งนึง ก็ทำให้เล่นเวทอะไรที่หนักๆไม่ได้

ประกอบกับทางคุณหมอแนะนำว่า ผมควรจะต้องลดน้ำหนักนะ อันนั้นเป็นประเด็นแรกเลย จะต้องลดน้ำหนักเพื่อซัพพอร์ตเข่า ถ้าน้ำหนักลง อาการเจ็บเข่าจะดีขึ้น ผมก็เริ่มลดน้ำหนัก ตั้งแต่ตอนนั้น

ผมลดไปได้ 4 กิโล มีความรู้สึกเหมือนมีบางส่วนที่เนื้อมันเหลว มันเหี่ยว ดูโทรม อาจเป็นเพราะความที่ลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วมากไป ส่วนที่ไม่อยากให้หายก็หายก่อนเลย อย่างพวกกล้ามเนื้อต่างๆ ส่วนที่อยากให้ไปอย่างพุง ก็ดันไม่หายไปไหน ก็เลยคิดว่าลดเองแบบนี้คงไม่ได้แล้ว ทั้งเหนื่อย ไม่มีแรง ไม่สดใส และหมดกำลังใจที่จะไปต่อ มันยากลำบากมากครับ คิดว่าคงต้องหามืออาชีพ

มีคนแนะนำให้มาที่เอเพ็กซ์ เลยมาปรึกษากับคุณหมอ ก็ประทับใจกับความครบวงจรของที่นี่มาก เรียกว่าดูแลทั้งหน้า ตัว มีเทคโนโลยีล่าสุด ที่มีชื่อเสียงระดับโลกมากมาย เรียกว่า ได้ใช้เครื่องมือแบบเดียวกับที่ดาราฮอลลีวู้ดใช้ว่างั้นเถอะ นอกจากนั้นก็ยังมีห้องออกกำลังกาย และมีผู้เชี่ยวชาญที่คอยให้คำแนะนำในการออกำลังกาย และโภชนาการ มีคุณหมอทางด้าน Anti aging ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ยั่งยืน ไม่ฉาบฉวย และที่สำคัญยังคงความเป็นตัวเรา …เป็นตัวเรา ที่ดูดีขึ้น…ซึ่งผมชอบ แบบนี้
ก็ลดกันไป อย่างหน้าท้อง ก็หายไปอย่างชัดเจน พอลดลงไปเยอะ เกือบ 10 กิโล รูปร่างเริ่มดีแล้ว แต่ใบหน้าไม่ได้ทำ ก็เริ่มมีปัญหาเรื่องหย่อนคล้อยตามมา มีเหนียง แก้มย้อยเป็นพวง หนังตาก็ตก พอดีคุณหมอก็แนะนำให้ลองทำ hifu ดู พอทำเสร็จ

img_1409

สิ่งที่เห็นทันทีเลย ผมกลับไปหาคุณแม่ คุณแม่บอกว่าทำไมเหมือนกลับไปเป็นเหมือนตอนเป็นหนุ่มๆเลย ประกอบกับ น้ำหนักผมที่หายไป 12 กิโลด้วย ก็เลยกลับไปใกล้เคียงกับตอนเป็นหนุ่มๆ การที่เราดูดีขึ้น มันทำให้เรามั่นใจขึ้น ดูสดใสขึ้น
ที่จริงการที่มีบุคลิกภาพที่ดี มันก็ช่วยเพิ่มความคล่องตัว ช่วยในเรื่องการทำงาน ทำให้เกิดความมั่นใจมากขึ้น เปิดโอกาสให้เรามีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นๆได้ง่ายขึ้น ทำให้เรามั่นใจที่จะออกไปพบปะกับผู้คนมากขึ้น
ผู้สัมภาษณ์ : ผลตอบรับจากคนรอบข้าง เป็นอย่างไร

คุณปิ๊ก : มีเยอะเลยครับ อันนี้เป็นเรื่องสนุกมากเลย มีอันนึง ดูเหมือนจะเป็น สนุกดอทคอม เอาไปเขียนว่า ชาวเน็ตทึ่ง…”ปิ๊ก ชาญฉลาด” ปรับลุค ดูสูสี “เจมส์จิ” เด็กในสังกัด
ซึ่งจริงๆแล้ว ผมต้องขอบคุณคุณหมอที่เอเพ็กซ์มากๆ เพราะจริงๆ ก็มีหลายคนที่ลดน้ำหนัก แต่อาจจะดูไม่ดี อาจจะดูโทรม ดูแก่กว่าเดิม ความสมส่วน ไม่ว่าจะเป็นที่ใบหน้า ที่รูปร่างมันเป็นเรื่องที่ต้องพึ่งมืออาชีพจริงๆ เหมือนอย่างผมที่ลดตอนแรก ก็ดูโทรมมาก และเกือบจะหมดกำลังใจ เลิกไปแล้ว

พอได้มืออาชีพเข้ามาช่วย มันก็ทำให้การลดน้ำหนักง่ายขึ้น และทำให้ดูดีขึ้นด้วย คุณก็มีกำลังใจที่จะดูแลตัวเองต่อไป คำชมจากคนรอบข้างก็ทำให้เรามีความสุข มีกำลังใจที่จะดูแลตัวเองให้ดียิ่งขึ้น

…เพื่อนๆถามกันมากว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะเมื่อก่อนผมทั้งอ้วน ทั้งผมยาว ดูรุงรัง

จริงๆแล้วก็อาจจะเป็นเพราะการทำงานกับเจมส์ ทำให้ผมหันกลับมามองตัวเอง อย่างจริงจัง เพราะน้องเขาก็โตขึ้น ก็เข้าโหมดที่ต้องออกกำลังกาย มีงานละครที่เขาต้องดูโตขึ้น และในปีหน้าผมจะต้องสร้างเด็กอีก 4 คน ซึ่งก็เด็กมาก และผมต้องอยู่กับพวกเขาก็เลยคิดว่าไม่ได้แล้ว มันต้องมีความคล่องตัว แล้วก็สดใสเหมือนพวกเขานะ สิ่งที่เอเพ็กซ์ ทำให้ผม… นี่จึงเป็นสิ่ง ที่ตอบโจทย์ผมมาก
การดูแลตัวเอง ก็ต้องมีอยู่เรื่อยๆ ไม่ใช่ทำครั้งเดียวแล้วจะดูดีไปตลอด ก็ต้องมีทำเลเซอร์บ้าง ให้เลเซอร์ช่วยให้หน้าสว่าง สดใสขึ้น ตอนนั้นที่เอเพ็กซ์ให้ผมลองตัวใหม่ ที่ชื่อ ClearLift เห็นว่าเป็นเลเซอร์ล่าสุด ประสิทธิภาพจึงสูงกว่าเลเซอร์เดิมๆ พอทำเสร็จไปเจอเพื่อน เพื่อนบอกว่าผมไปแต่งหน้ามา บอกว่าไม่ได้แต่งก็ยังไม่เชื่อ จนต้องเอาทิชชูมาเช็ดถึงเห็นว่าไม่ได้แต่งหน้าจริงๆ

img_1410

การดูแลตัวเองให้ดูดีในสมัยนี้ ผมว่าเป็นเรื่องปกติไปแล้ว เพียงแต่เราต้องมีข้อมูลด้วย ต้องศึกษา เทคโนโลยีในปัจจุบัน ช่วยให้เรื่องที่ทำได้ยากๆในอดีต ทำได้ง่ายๆในเวลาเพียง ชั่วโมง

ผมว่าทุกวันนี้คนเรามองข้ามเรื่องศัลยกรรมไปแล้ว มันไม่จำเป็นอีกแล้ว ถ้าเราดูแลตัวเองดีๆ อย่างต่อเนื่อง ผมว่ามันต่างจากการทำศัลยกรรม เป็นการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย และการดูแลตัวเอง  ผมว่านี่เป็นการเลือกที่ถูก มันยั่งยืนกว่านะครับในความเห็นผม
ผู้สัมภาษณ์ : รู้สึกอย่างไร เมื่อดูดีขึ้น

คุณปิ๊ก : ผมรู้สึกว่า ผมไม่เคยดูดีเท่าอายุช่วงนี้มาก่อน แม้จะเป็น ในช่วงวัยใกล้ 50 แล้วก็ตาม เป็นเรื่องแปลกนะที่ผมไม่เคยรู้สึกดีกับตัวเองเท่านี้มาก่อน ไม่เคยคิดว่าจะรู้สึกดีๆกับตัวเองได้ขนาดนี้

ทุกวันนี้ที่ตื่นขึ้นมา และเห็นตัวเองก็รู้สึกว่าเราจะต้องดูแลเค้านะ จากที่มันดีอยู่แล้วก็ควรจะดูแลให้ดียิ่งขึ้น ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว เมื่อสภาพของใบหน้า ร่างกายดีก็อยากให้จิตใจมันดีด้วย เพื่อที่จะไปด้วยกันให้ได้
สุดท้ายเมื่อจิตใจดี ก็จะส่งกลับมาที่สุขภาพร่างกายอีกที

 

อืมม…ฟังจากปากคุณปิ๊กแบบนี้แล้ว ก็มีกำลังใจขึ้นเยอะเลย… การทำให้ตัวเราดูดีได้แม้ว่าอายุจะขึ้นเลข 5 ก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินกว่าที่จะทำให้เป็นจริงได้ ไม่ว่าจะ อายุเท่าไหร่ ก็ดูดีได้ไม่ยาก ไม่ต้องเจ็บตัว ไม่ต้องเอาชีวิตเข้าเสี่ยง ขอให้รู้จักเลือกมืออาชีพที่มีเทคโนโลยีดีๆและความเชี่ยวชาญจริงๆ การดูดี ส่งผลต่อจิตใจ ความเชื่อมั่น ทำให้เรารู้สึกดี ส่งผลต่อการทำงาน และการใช้ชีวิต ถ้ายังไงก็หาข้อมูลเยอะๆ และเลือกมืออาชีพ ที่เป็นมืออาชีพจริงๆ ไม่ใช่โฆษณาชวนเชื่อ แล้วคุณก็จะรู้สึกดีๆอย่างคุณปิ๊กได้ไม่ยากค่ะ