หาวบ่อยๆ ทำยังไงให้หาย

การหาว เป็นกลไกหนึ่งของร่างกาย เกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อร่างกายมีออกซิเจนไม่พอ หรือมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดมากเกินไป เลยทำให้เกิดอาการง่วง ดังนั้นร่างกายจึงมีการหาว เพื่อต้องการรับเอาออกซิเจนจากอากาศเข้าสู่กระแสเลือดได้มากขึ้น พร้อมกันนั้นในขณะที่หายใจออกยังเป็นการช่วยขับคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดออกไปได้อีกด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการรักษาความสมดุลของร่างกายนั่นเอง ดังนั้นใครที่หาวบ่อยๆ แสดงว่าร่างกายของคุณอยู่ในภาวะที่ไม่สมดุล ลองนำวิธีเหล่านี้ไปทำตามกันได้ค่ะ

1. ดื่มน้ำเปล่า

บางครั้งร่างกายคุณอาจจะกำลังขาดออกซิเจน การดื่มน้ำเปล่าจะสามารถเข้าไปช่วยเพิ่มออกซิเจนให้เลือดในร่างกาย อีกทั้งยังช่วยปลุกความสดชื่นให้ร่างกายรู้สึกกะปรี้กะเปร่าขึ้นได้

 

2. เคลื่อนไหวร่างกายให้บ่อยขึ้น อย่านั่งอยู่นิ่งๆ อยู่กับที่ หากคุณหาว ลองลุกออกไปเดินเล่น เคลื่อนไหวร่างกายบ้าง เปลี่ยนบรรยากาศให้ตัวเอง

 

3. สูดหายใจเข้าลึก ๆ

บางทีเราอาจจะไม่ได้โฟกัสกับการหายใจ และเผลอทำอะไรที่ทำให้หายใจไม่เต็มปอด ซึ่งจะทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ การสูดหายใจลึกๆ ช่วยได้ค่ะ

 

4. ออกไปรับอากาศบริสุทธิ์

บางครั้งสถานที่ที่คุณอยู่อาจมีอากาศถ่ายเทไม่สะดวก หากเป็นในออฟฟิศ ที่ๆ แออัดผู้คนด้วยแล้ว จะทำให้คุณหายใจได้ไม่สะดวก ออกไปบนดาดฟ้า หรือมุมสวนถ้ามี หาพื้นที่สีเขียว ออกไปนั่งมองท้องฟ้า ให้ตัวโดนแดดอ่อนๆ ก็จะช่วยให้ร่างกายตื่นตัวได้ดีขึ้น

 

5. ออกกำลังกายเป็นประจำ

การออกกำลังกาย ช่วยให้มีสุขภาพที่ดี กระตุ้นให้ร่างกายสดชื่น รู้สึกกระปรี้กระเปร่า แต่ควรออกเป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง

 

6. กินอาหาร ครบ 5 หมู่

หลีกเลี่ยงอาหารไม่มีประโยชน์ อาทิ ของทอด ของมัน แป้ง น้ำตาล น้ำอัดลม เป็นต้น เลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ ผักผลไม้ น้ำเปล่าเป็นต้น

 

7. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

เวลาที่ดีที่สุดในการนอนคือ ควรนอนอย่างน้อย 6-7 ชั่วโมงต่อวัน

 

8. IV drip bars

การดูแลสุขภาพแนวใหม่ ที่กำลังเป็นเทรนด์และกิจกรรมทางสังคมที่มาแรงสุดๆ เป็นการให้สารอาหารหรือวิตามินทางสายน้ำเกลือที่ช่วยฟื้นฟูสุขภาพร่างกายได้รวดเร็วทันใจ แก้ปัญหาอาการอ่อนเพลีย นอนไม่หลับ ไม่กระฉับกระเฉง ไม่สดใส ซึ่งการรับวิตามินและสารอาหาร หรือแม้กระทั่งยาผ่านทาง IV Drip ร่างกายจะสามารถดูดซึมได้อย่างรวดเร็ว ดูดซึมได้ถึง100 % และสามารถแทรกซึมเข้าสู่ระดับเซลล์ ในขณะที่การรับประทาน ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้เพียง 10% เท่านั้น

credit : campus-star.com