แบบไหน…ที่เข้าข่ายวัยทอง

“ ทั้งผู้หญิงและผู้ชายเมื่อเข้าสู่วัยกลางคน ปัญหาที่พบได้ส่วนหนึ่งมาจากสาเหตุพร่องฮอร์โมนและภาวะเข้าสู่วัยทอง แล้วอาการอย่างไรถึงใช่ วัยทอง

วัยทอง
โดย นพ.โอม  สุดชุมแพ MD, CNW เวชศาสตร์ชะลอวัย

ได้แนะนำข้อมูลไว้ว่า ผู้หญิงและผู้ชายเมื่อเข้าสู่วัยกลางคน ปัญหาที่พบได้ส่วนหนึ่งมาจากสาเหตุ พร่องฮอร์โมนและภาวะเข้าสู่วัยทอง  ผู้หญิงวัยทองจะมีช่วงอายุระหว่าง 45-59 ปี และอายุที่มากขึ้นก็ส่งผลให้ระดับฮอร์โมนเพศถูกสร้างลดน้อยลง จึงทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ทั้งทางร่างกายและจิตใจ โดยอาจจะมีความผิดปกติในหลายระบบของร่างกายทั้งแบบค่อยเป็นค่อยไปและแบบเฉียบพลันทันที ทั้งนี้อาการวัยทองในแต่ละบุคคลจะมีความรุนแรงต่างกัน

ในผู้หญิงตามนิยามทางการแพทย์ ระบุไว้ว่า ผู้หญิงที่มีประจำเดือนหรือรอบเดือนขาดหายไปหรือไม่มาติดต่อกัน 12 รอบเดือน ถือว่าบุคคลนั้นหรือผู้หญิงคนนั้นเข้าสู่ภาวะวัยทอง แปลได้โดยง่ายๆก็คือ บุคคลนั้นมีโอกาสน้อยที่จะกลับมามีประจำเดือนได้อีก การเปลี่ยนแปลงของรอบเดือนในผู้หญิงจะส่งผลต่อการสร้างฮอร์โมนเพศหญิง ที่ชื่อว่า “เอสโตรเจน” เนื่องจากฮอร์โมนเอสโตรเจนมีอิทธิพลต่อระบบหลายๆ อย่างในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นสมอง กระดูก ผิวหนัง

เมื่อฮอร์โมนเอสโตรเจนสร้างลดลงจึงส่งผลทำให้มีอาการต่างๆมากมายตามมา  ที่เรียกว่า “อาการวัยทอง” ซึ่งโดยแท้จริงแล้วสามารถแสดงอาการได้ทั้งที่มีประจำเดือนอยู่และหมดประจำเดือนไปแล้ว โดยทั่วไปอาการวัยทองจะพบมากในช่วงอายุ 45-59 ปี และใช้ระยะเวลาแสดงอาการรุนแรงโดยเฉลี่ย 1-4 ปี แต่บางรายอาจใช้ระยะเวลาแสดงอาการรุงแรงเป็น 10 ปีขึ้นไปก็มี

วัยทอง

วัยทอง ในผู้หญิง ฮอร์โมนเอสโตรเจนถูกสร้างจากรังไข่ จะถูกหลั่งเข้าสู่กระแสเลือด แล้วไปควบคุมอวัยวะเป้าหมายต่างๆให้ทำงานเป็นปกติ โดยผ่านตัวรับเอสโตรเจนที่มีอยู่ในอวัยวะเป้าหมายต่างๆ เช่น สมอง ผิวหนัง ระบบอวัยวะสืบพันธ์ ฯลฯ

อาการ วัยทอง ในผู้หญิง

1.อาการร้อนหรือหนาววูบวาบ

เหตุผลของปัญหาร้อนหรือหนาววูบวาบที่มาของปัญหา อาจยังไม่ทราบแน่ชัด เมื่อใดก็ตามทีเมื่อฮอร์โมนเอสโตรเจนไม่มีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงแล้ว อาการร้อนหรือหนาววูบวาบก็จะลดน้อยลง และกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

2.อาการเหงื่อออกมากผิดปกติ

ปัญหาเหงื่อออกมากผิดปกติก็เป็นเหตุผลเดียวกันกับอาการร้อนวูบวาบ นั้นก็คือ เกิดจากฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลงอย่างฉับพลัน จึงผลทำให้ร่างกายเกิดอาการเหงื่อออกมากผิดปกตินั้นเอง เมื่อใดก็ตามทีเมื่อฮอร์โมนเอสโตรเจนไม่มีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงแล้ว อาการเหงื่อออกมากก็จะลดน้อยลง และกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

3.นอนหลับยาก นอนไม่ค่อยหลับ

บางคนมีอาการนอนไม่หลับทั้งคืน บ้างก็นอนหลับยาก กว่าจะได้นอนก็พลิกตัวไป-มาหลายตลบ หรือบางคนก็มีอาการตื่นกลางดึกบ่อย ๆ รวมไปถึงตื่นเช้ากว่าปกติได้

4.อารมณ์หงุดหงิด

อารมณ์หงุดหงิดเป็นผลพวงมาจากระดับฮอร์โมนเพศที่ผิดปกติไป หลายคนจึงมีอารมณ์แปรปรวนได้ง่าย ส่งผลให้ความสัมพันธ์กับผู้คนรอบข้างแย่ลงไปบ้าง

5.อาการเวียนศีรษะบ้านหมุน

ในผู้ที่มีอาการวัยทองบางคนจะอาการเวียนศีรษะอาจเกิดได้หลายปัจจัย ทั้งนี้อาจเป็นไปได้ว่าในผู้ที่มีอาการวัยทองนั้นจะมีอาการนอนไม่หลับร่วมด้วยอยู่แล้ว  เมื่อร่างกายไม่ได้รับการพักผ่อนจึงส่งผลให้เกิดอาการเวียนศีรษะได้

อาการปวดศีรษะ หรือเวียนศีรษะเกิดขึ้นบ่อยในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนเช่นกัน และบางคนอาจมีอาการคล้ายจะเป็นไข้ ร่วมด้วย

วัยทอง

6.ผิวแห้ง และมีฝ้า กระ

อาการผิวแห้งแห้งกร้านนี้ จะเป็นอาการวัยทองที่ค่อยๆมีพัฒนาการแบบค่อยเป็นค่อยไป

เหตุผลที่ผิวแห้งกร้าน เป็น ฝ้า กระ “เอสโตรเจน”  เป็นฮอร์โมนที่มีอิทธิพลต่อการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว เมื่อฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลงก็จะไปส่งผลให้คอลลาเจนใต้ผิวลดลงเช่นกัน ก่อให้เกิดผิวบาง เมื่อผิวบางก็จะมีโอกาสที่ผิวสูญเสียความชื้นในอากาศได้ง่าย ทำให้ผิวแห้งกร้านและเป็นขุยในเวลาต่อมา เมื่อเวลาล่วงเลยนานไป ยิ่งร่างกายมีกระบวนการสร้างเซลล์ผิวที่ผิดปกติไปจากเดิมไปเรื่อยๆก็จะทำให้ปริมาณกระ เพิ่มมากขึ้นไปตามเวลา

7.เล็บเปราะบาง

อาการเล็บเปราะบางมีสาเหตุมาจากการที่ร่างกายผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง ซึ่งฮอร์โมนเอสโตรเจนมีอิทธิพลต่อความชุ่มชื้นของผิว ดังนั้น เมื่อผิวสูญเสียความชุ่มชื้นไป จะส่งผลให้เล็บเปราะหรือฉีกขาดง่ายตามมา

8.ผมร่วงง่ายผิดปกติ

อาการผมร่วงเป็นอาการหนึ่งที่หลายๆ คนไม่เคยรู้มาก่อนเลยในวัยทอง ผู้หญิงจะมีผมร่วงในหนึ่งวันมีค่าเฉลี่ยคือ 100-120 เส้น   โดยสังเกตเห็นจาก เวลาหวีหรือสระผม จะร่วงที่พื้นหรือติดหวีมากกว่าปกติที่เคยเป็น โดยคอลาเจนใต้ผิวเป็นที่ยึดเกาะของรากผม เมื่อคอลาเจนลดลง จนชั้นของคอลาเจนบาง รากผมจึงมีพื้นที่ยึดเกาะน้อย ไม่แข็งแรง ส่งผลให้ผมร่วงง่ายผิดปกติ และกลไกที่เป็นต้นเหตุสำคัญที่สุด ที่ทำให้คอลาเจนสร้างลดลงนั้น เกิดจากฮอร์โมนเอสโตรเจนที่สร้างจากรังไข่ลดลงนั้นเอง

9.ช่องคลอดแห้งและความต้องการทางเพศที่ลดลง

อาการช่องคลอดแห้งและความต้องการทางเพศที่ลดลงหรือหลายๆคนจะใช้คำหลีกเลี่ยงว่ามดลูกแห้ง เกิดจากน้ำหล่อลื่นในช่องคลอดลดน้อยถอยลงไปอย่างมาก ทำให้ขณะมีเพศสัมพันธ์ จะระคายเคืองและแสบภายในช่องคลอด  อารมณ์ก็จะลดน้อยถอยลง

ต้นเหตุที่ช่องคลอดแห้งเกิดจากฮอร์โมนเอสโตรเจนไปมีอิทธิพลต่อการทำงานของต่อมบาร์โธลิน(bartholin gland) ซึ่งต่อมดังกล่าวมีหน้าที่ในการสร้างสารคัดหลั่ง ที่จะช่วยลดการระคายเคืองภายในช่องคลอด เมื่อระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนที่สร้างจากรังไข่ลดลง ส่งผลให้ต่อมบาร์โธลินสร้างสารคัดหลั่งลดลง จึงทำให้ช่องคลอดแห้งตามมา

ในส่วนของความต้องการทางเพศที่ลดลงนั้น สาเหตุมาจากหลายปัจจัย เช่น การนอนไม่หลับ การหลับได้ไม่ลึก ทำให้ร่างกายเกิดความเหนื่อยล้า เมื่อมีความเหนื่อยล้ามากขึ้น ความต้องการทางเพศก็จะลดลงตามมา

10.ประจำเดือนมาผิดปกติ

อาการประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอหรือผิดปกติจากเดิมที่เคยเป็นจะมีอาการที่เกิดขึ้น ได้ 2 ลักษณะ อย่างแรก คือ การที่ยังคงมีรอบประจำเดือนมาตรง 28 วันตามปกติ แต่ปริมาณของประจำเดือนมาลดน้อยถอยลงไปจากเดิม  อย่างที่สอง คือ การมาของรอบประจำเดือนมีการเลื่อนเข้าหรือออกมาไม่ตรงรอบ 28 วัน  เช่น จาก 28 วันเป็นครั้ง ก็เปลี่ยนเป็น 20 วันเป็นครั้งเป็นต้น หรือ  จาก รอบ 28 วันเป็นครั้ง ก็เปลี่ยนเป็น 35 วันเป็นครั้งเป็นต้น  หรือมีการเลื่อนเข้าออกของรอบประจำเดือนแบบสลับกันก็ได้ กล่าวคือ บางเดือนอาจมีการเลื่อนเข้า บางเดือนอาจมีการเลื่อนออก เป็นต้น

เมื่ออายุมากขึ้นไข่ที่มีมาแต่กำเนิดนั้นก็อาจมีสภาพที่ไม่สมบูรณ์เหมือนตอนหนุ่มสาว ก็ส่งผลให้กระบวนการพัฒนาการของไข่จนกระทั้งไข่ตก เปลี่ยนไป บางเดือนก็จะตกช้า บางเดือนก็จะตกเร็ว หรือ ไม่ตกเลย ก็จะทำให้ประจำเดือนมาผิดปกติไปจากเดิมนั้นเอง

11.อาการหลงลืมง่าย

อาการหลงลืมง่าย อาการนี้จะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป เหตุผลของอาการหลงลืมง่าย

มาจากฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ลดลง ที่ไปมีผลต่อการสร้างสารสื่อประสาทในสมอง สารสื่อประสาทเหล่านี้มีอิทธิพลต่อกลไกการเรียนรู้การจดจำ ซึ่งเมื่อสารสื่อประสาทเหล่านี้ลดหายไป กลไกการเรียนรู้การจดจำก็จะลดประสิทธิภาพลงตามมา ทำให้เกิดอาการหลงๆลืม สำหรับฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ขาดหายไปนี้ ยังไปมีผลโดยตรงต่อการบาดเจ็บของเซลล์ประสาท ทำให้เซลล์ประสาทถูกทำลายไป เมื่อระยะเวลาของการขาดฮอร์โมนเอสโตรเจนถูกดำเนินการยืดยาวนานแค่ไหน ก็จะส่งผลให้เกิดโรคอัลไซเมอร์ได้สูงตามนั้น

12.โรคกระดูกพรุน

สาเหตุของโรคกระดูกพรุนมีปัจจัยหลายอย่างที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นอาหารที่รับประทาน หรือเกิดจากต่อมไทรอยด์เป็นพิษ แม้กระทั่งการอยู่แต่ในที่ร่มของผู้สูงอายุจึงทำให้ขาดวิตามินดี  แต่ปัจจัยที่สำคัญที่เป็นสาเหตุให้เกิดโรคกระดูกพรุนในผู้สูงอายุที่เป็นสตรีวัยทองนั้น ก็คือ การที่ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนที่สร้างจากรังไข่มีปริมาณลดลง ซึ่งจะไปมีผลโดยตรงต่อกลไกการเพิ่มเนื้อมวลกระดูก ส่งผลให้กลไกการเพิ่มเนื้อมวลกระดูกหยุดชะงักลง จึงเป็นที่มาของกระดูกพรุน นอกจากนั้นแล้ว ยังจะไปมีผลต่อการทำงานของฮอร์โมนพาราไทรอยด์ (PTH) ที่ควบคุมการดูดซึมแคลเซียมจากลำไส้ และยับยั้งการสลายตัวของแคลเซียมออกจากมวลกระดูก

13.ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดในข้อและกระดูก

เนื่องจากฮอร์โมนเพศควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อ โดยเพศชายจะมีลักษณะกล้ามเนื้อใหญ่ เพศหญิงจะมีลักษณะกล้ามเนื้อเล็ก ดังนั้นเมื่อฮอร์โมนเพศที่ชื่อว่าเอสโตรเจนลดน้อยถอยลงก็จะส่งผลต่อการหดตัวของกล้ามเนื้อ เมื่อกล้ามเนื้อมีการหดตัวก็จะส่งผลให้มีการเกร็งของกล้ามเนื้อ เมื่อยล้าตามมา

สำหรับอาการปวดในข้อและกระดูก สาเหตุลึกๆอาจจะยังไม่ทราบเป็นที่แน่ชัด แต่สำหรับข้อมูลที่มีอยู่ น่าจะเกิดจากการสลายตัวของกระดูกมากเกินไป ที่เกิดจากการลดระดับของฮอร์โมนเอสโตรเจนอย่างฉับพลัน

14.อาการเหมือนมีไฟฟ้าช็อตตามร่างกาย

อาการเหมือนมีไฟฟ้าช็อตตามร่างกายเป็นอาการที่พบเจอได้เป็นบางคน ลักษณะเหมือนคนโดนไฟฟ้าบ้านช็อต โดยระยะเวลาการช็อตจะกินเวลาไม่นานมากนัก และในวันหนึ่ง อาจเกิดขึ้นได้หลายๆครั้ง แต่ไม่ได้สร้างอันตรายอะไร เว้นแต่ก่อให้เกิดความรำคาญซึ่งจะไปมีผลเสียต่อสุขภาพจิตของคนเป็น

15.ปัสสาวะบ่อย  แสบและกลั้นปัสสาวะไม่อยู่

โดยปกติของคนเราจะปัสสาวะ 4-6 ครั้งในช่วงกลางวัน และ 0-1 ครั้งในช่วงกลางคืน โดยอาการวัยทองในอาการนี้จะพบว่ามีการปัสสาวะบ่อยกว่าค่าในคนปกติในค่าที่กล่าวมา นอกจากปัสสาวะบ่อยแล้ว สำหรับคนที่เป็นมากๆ เมื่อไอหรือจามจะทำให้ปัสสาวะเล็ดได้ การปัสสาวะแต่ละครั้ง ในบางรายจะมีอาการแสบขณะปัสสาวะร่วมอยู่ด้วย และมักจะเป็นเกือบจะทุกคนในผู้หญิงสูงวัย ทำให้การปัสสาวะแต่ละครั้งจะทรมานอย่างมากสาเหตุก็มาจากฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ลดลงนั้นเอง โดยฮอร์โมนเอสโตรเจนไปมีอิทธิพลต่อการสร้างเนื้อเยื่อบุผิวและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันทุกชนิดในร่างกาย ทำให้เนื้อเยื่อบุผิวในช่องคลอดบางลง และหูรูดปัสสาวะขาดความยืดหยุ่น จึงเป็นที่มาของการกลั่นปัสสาวะได้ไม่ดี ทำให้ปัสสาวะบ่อยและแสบตามมา

16.คอเลสเตอรอลสูง ลงพุงง่าย

สาเหตุก็มาจากฮอร์โมนเอสโตรเจนที่มาจากรังไข่สร้างลดลง เมื่อการสร้างฮอร์โมนลดลง การเผาผลาญคอเลสเตอรอลก็ลดลงตามมาเช่นกัน เพราะกระบวนการสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจนจำเป็นต้องใช้คอเลสเตอรอลเป็นสารตั้งต้น และอีกส่วนหนึ่งก็เกิดจากฮอร์โมนเอสโตเจนไปมีอิทธิพลต่อการสร้างเนื้อเยื่อบุผิวต่างๆในร่างกาย เมื่อกลไกการสร้างเนื้อเยื่อบุผิวลดลง การเผาผลาญคอเลสเตอรอลก็ย่อมลดลงตามมาเช่นเดียวกัน เพราะองค์ประกอบของเยื่อหุ้มเซลล์จำเป็นต้องใช้คอเลสเตอรอลเป็นส่วนหนึ่งในการสร้าง

ส่วนการลงพุงง่ายนั้น เกิดจากฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ลดลงไป ไปมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงสมดุลระหว่างฮอร์โมนเพศชายและฮอร์โมนเพศหญิง ซึ่งจะส่งผลให้ฮอร์โมนเพศชายมีบทบาทมากขึ้น ดังนั้นต่อมไขมันที่บริเวณหน้าท้องก็จะทำงานมากขึ้น เมื่อรับประทานอาหารหรือออกกำลังกายเท่าเดิม แต่ไขมันก็จะมีการสะสมง่ายมากขึ้น

อาการเป็นวัยทองในผู้ชาย

วัยทอง หรือ(Golden age) หมายถึง วัยแห่งความสำเร็จในชีวิตการงาน  แต่ในวัยนี้สุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจนั้นจะถูกบั่นทอนจากความเสื่อมของร่างกายตามอายุที่มากขึ้น และความบกพร่องของฮอร์โมนเพศ ซึ่งมีอิทธิพลต่อบทบาทในการทำหน้าที่ของอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย ทำให้เกิดอารมณ์แปรปรวน ร้อนวูบวาบ และอาการต่างๆ ตามมา

เพราะฮอร์โมนเป็นตัวกำหนดความเป็นหนุ่มเป็นสาว ในร่างกายของคนเรา โดยในผู้หญิงฮอร์โมนที่มีบทบาทสำคัญต่อชีวิตคือฮอร์โมนเอสโตรเจน แต่สำหรับผู้ชายฮอร์โมนที่มีผลต่อสมรรถภาพ และความแข็งแรงของร่างกายคือฮอร์โมนที่ชื่อว่า แอนโดรเจน หรือ Testosterone ซึ่งสร้างจากฮอร์โมนเพศชายที่มีปริมาณมากที่สุดในช่วงอายุยี่สิบต้นๆ และจะลดลงอย่างช้าๆ เมื่ออายุมากขึ้นหลัง 40 ปี และเมื่ออายุมากขึ้น ฮอร์โมนแอนโดรเจนก็จะลดลงเรื่อยๆ และการลดลงของฮอร์โมนนี้เองที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ใน….วัยทอง

อย่างไรก็ดี ปรากฏการณ์เปลี่ยนแปลงในเพศชายมีความแตกต่างจากในเพศหญิงมาก แพทย์จำนวนไม่น้อยจึงไม่ยอมรับและเรียกผู้ชายกลุ่มนี้ว่า “ชายวัยทอง” เพราะภาวะพร่องฮอร์โมนที่เกิดขึ้นในผู้ชาย ไม่ได้เกิดกับผู้ชายทุกคน และมีอาการแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ผิดกับอาการในเพศหญิงที่การหมดประจำเดือนจะเป็นสัญญาณบอกถึงฮอร์โมนที่เปลี่ยนไป

จากการศึกษาพบว่าเมื่อผู้ชายอายุมากเกินกว่า 60 ปี ก็อาจมีกลุ่มที่ฮอร์โมนเพศชายลดต่ำลง ร้อยละ 50 ส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 50 ยังคงมีฮอร์โมนอยู่ในระดับปกติ อาการของผู้ชายที่มีภาวะพร่องฮอร์โมนเพศนี้มีความหลากหลาย ไม่เฉพาะเจาะจง และอาการเหล่านี้อาจเกิดจากโรคและความผิดปกติอื่นๆ ได้เช่นกัน
วัยทอง

อาการวัยทองของผู้ชายแบ่งออกได้เป็น

อาการทางด้านร่างกาย จะมีอาการอ่อนเพลีย เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวหนาว เหงื่อออกมาก นอนไม่ค่อยหลับ กำลังวังชาลดลง เบื่ออาหาร ปวดเมื่อยตามตัวโดยไม่มีสาเหตุ ไม่กระฉับกระเฉง กล้ามเนื้อต่างๆลดขนาดลง ไม่มีแรง   อาการทางด้านจิตใจ จะรู้สึกเบื่อหน่าย ไม่มีแรงจูงใจในการทำอะไร เป้าหมายในชีวิตเปลี่ยนไป เศร้า เหงา เครียดและหงุดหงิดง่าย โกรธง่าย เฉื่อยชา ขี้บ่นมากขึ้น ขี้น้อยใจเพิ่มขึ้น ไม่อยากไปไหน อยากอยู่คนเดียว นอนไม่หลับ หรือหลับไม่สนิท ตื่นมาไม่สดชื่น ขาดสมาธิในการทำงาน ความจำลดลง โดยเฉพาะความจำระยะสั้น

สุขภาพทางเพศ สมรรถภาพทางเพศและความต้องการทางเพศลดลง หรือไม่มีอารมณ์เพศ บางคนเกิดอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศด้วย เนื่องจากฮอร์โมนเพศชายเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอารมณ์เพศเมื่อระดับฮอร์โมนเพศชายลดลงจึงไม่เกิดอารมณ์ที่จะมีเพศสัมพันธ์และอวัยวะไม่แข็งตัว

            กระดูกและกล้ามเนื้อ ผลของการขาดฮอร์โมนเพศชายจะทำให้กระดูกบางลง เป็นโรคกระดูกพรุนได้ เช่นเดียวกับผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน นอกจากนี้กล้ามเนื้อจะค่อยๆ ลดขนาดลง มีความแข็งแรงของกล้ามเนื้อลดลง

ฮอร์โมนเพศชายสำคัญ ได้แก่ ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน ซึ่งผลิตจากลูกอัณฑะ มีบทบาทหลักในการพัฒนาการทางเพศ ทำให้เด็กผู้ชายแสดงลักษณะของเพศชายเมื่อก้าวเข้าสู่วัยรุ่น เช่น มีเสียงห้าว มีหนวด เครา และอวัยวะเพศมีพัฒนาการเติบโต โดยอาศัยอิทธิพลจากต่อมใต้สมองทำให้มีการผลิตฮอร์โมนตามปกติ นอกจากลูกอัณฑะแล้ว ต่อมหมวกไตยังผลิตฮอร์โมนเพศชายได้อีกประมาณร้อยละ 5 แต่มีฤทธิ์อ่อนกว่าที่ผลิตจากอัณฑะ จึงมีบทบาทไม่มากนัก

 

การวินิจฉัยภาวะพร่องฮอร์โมนเพศในเพศชาย การตรวจในห้องปฏิบัติการ

การตรวจเลือดหาฮอร์โมนเพศชายเพียงตัวเดียวมิอาจบอกว่ามีฮอร์โมนเพียงพอหรือไม่ ฮอร์โมนที่เรามีความจำเป็นต้องทราบปริมาณคือฮอร์โมนที่เป็นอิสระไม่ได้จับกับโปรตีน การเจาะเลือดจึงต้องเจาะหาโปรตีนที่จับกับฮอร์โมนด้วย ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามวัย และปริมาณของฮอร์โมนยังมีการเปลี่ยนแปลงในแต่ละช่วงเวลาของวันด้วย แพทย์จึงมักแนะนำให้ตรวจหาค่าฮอร์โมนในช่วงเช้า และหากต้องการค่าที่แน่นอนว่าฮอร์โมนเพียงพอหรือไม่ ก็จะต้องเจาะเลือดพร้อมกับค่าของโปรตีนและนำไปคำนวณร่วมกับค่าอื่นๆ เช่น น้ำหนัก เป็นต้น

ปัจจัยอะไรที่ทำให้วัยทองเกิดได้เร็วกว่าปกติ..

ปัจจัยที่ทำให้อาการวัยทองเกิดได้เร็วกว่าปกติคือเรื่องของกรรมพันธุ์ การทำงานหนัก พักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียด   ความอ้วน การดื่มเหล้า สูบบุหรี่ โรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันเลือดสูง โรคตับ ไตวาย

ซึ่งการรักษาอาการของผู้ชายวัยทองขึ้นอยู่กับอาการที่เกิดขึ้นในแต่ละบุคคลอันดับแรกคือ  การปรับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น การดื่มเหล้า สูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงความเครียด พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ โดยในผู้ป่วยบางรายอาจต้องใช้การรักษาทางยาร่วมด้วย คือการใช้ยาฮอร์โมนเพศชายเสริมมีตั้งแต่ชนิดกิน ชนิดฉีดและชนิดเจลทาผิว     ซึ่งผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้งก่อนการใช้ยา เพราะอาจมีผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายได้หากใช้ไม่ถูกต้อง

การรักษา หากพบว่ามีอาการผิดปกติและฮอร์โมนพร่องจริง จึงจะทำการรักษาด้วยการให้ฮอร์โมนเสริม ซึ่งสามารถให้ได้ทั้งในรูปแบบรับประทาน ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ หรือปิดที่ผิวหนัง ซึ่งแต่ละวิธีจะมีความแตกต่างกัน เรื่องการดูดซึม การเผาผลาญที่ตับ และผลการรักษา ผู้ป่วยจึงควรจะได้รับฮอร์โมนเสริมภายใต้การควบคุมของแพทย์ที่มีความรู้ และต้องติดตามผลด้วย โดยมากเมื่อได้รับฮอร์โมนเสริม จะรู้สึกว่ามีคุณภาพชีวิตดีขึ้น กระปรี้กระเปร่า ความจำดี กล้ามเนื้อแข็งแรง ความต้องการและสมรรถภาพทางเพศดีขึ้น

การพบแพทย์ แพทย์อาจซักประวัติ และตรวจเลือดส่งแลปเพื่อวิเคราะห์ พร้อมรายการตรวจต่างๆตามอายุ เมื่อผลแลปออกจึงสามารถสรุปผลและวางแผนการรักษาได้

Men’s Health by Apex
ให้คำปรึกษาโดยแพทย์เฉพาะทาง

  • ตรวจภาวะพร่องฮอร์โมน
  • รักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพชาย
  • ปรึกษาอาการแข็งตัวไม่เต็มที่
  • เทคโนโลยี Linear Shockwave Therapy
  • P-SHOT FOR MEN (PRP)

Mobile : 088 870 0045  062 709 6747

LIne ID : @apexmen

หรือคลิก LINE:http://line.me/ti/p/%40apexmen